ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 3042/2562

หลักกฎหมาย

แม้ขณะศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมิได้สอบจำเลยทั้งสองว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ก็ตาม แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจริง ก็ชอบที่จะนับโทษต่อตามที่โจทก์ขอได้ และเมื่อคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อคือคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1545/2555 ของศาลชั้นต้นนั้น สำนวนคดีดังกล่าวจำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.12/2561 ของศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้ตรวจดูแล้วพบว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั่นเอง จึงนับโทษต่อให้ตามที่โจทก์ร้องขอ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 157 และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1545/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ที่ถูก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม)) ประกอบมาตรา 83 เป็นความผิด 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุกคนละ 10 ปี คำขอให้นับโทษต่อให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองรับราชการที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นช่างรังวัด มีหน้าที่รังวัดออกเอกสารสิทธิที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิที่ดิน ตรวจสอบสภาพพื้นที่ และรายงานผลการรังวัดต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่บริหารที่ดิน 6 ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายทะเบียน มีหน้าที่ในการตรวจสอบพิจารณา ผ่านเรื่องและเสนอความเห็นในการออกเอกสารสิทธิที่ดินเสนอเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2541 นายประกิจ ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ในที่ดินโดยอ้างหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) เลขที่ 48 และสำเนาคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำเลยที่ 2 สั่งรับคำขอ สั่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นายธรรมศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายรังวัดสั่งให้จำเลยที่ 1 ไปทำการรังวัดโดยมีหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้ปกครองท้องที่ไปร่วมรังวัด ต่อมาในวันที่ 17 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 รายงานผลการรังวัดตามแบบ ร.ว. 3 ว่า ผู้ขอไม่ได้นำรังวัดผิดแปลงหรือนำที่ดินแปลงอื่นนอกหลักฐานมารวมในการออก น.ส. 3 ก. ครั้งนี้ เจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองเขตทุกด้าน ได้ทำประโยชน์ปลูกมะพร้าวแล้วเต็มทั้งแปลง ได้เนื้อที่ 16 - 3 - 27 ไร่ มากกว่าเดิม 3 - 0 - 87 ไร่ ลงระวางแล้วไม่ทับที่ดินแปลงข้างเคียงหรือที่สาธารณประโยชน์หรือที่หวงห้าม ที่เขา ภูเขา นายธรรมศักดิ์ตรวจสอบแล้วเสนอนายทวีป เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุยว่า หลักฐานแปลงข้างเคียงไม่สอดคล้องกัน น่าจะรังวัดผิดแปลงเห็นควรให้ฝ่ายทะเบียนสอบสวนว่ารังวัดถูกแปลงหรือไม่ นายทวีปบันทึกสั่งการลงวันที่ 29 มีนาคม 2542 ว่า ตั้งกรรมการตรวจสอบ แต่ไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ต่อมาจำเลยที่ 2 ประกาศออก น.ส. 3 ก. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2542 จำเลยที่ 2 เสนอนายทวีปให้พิจารณาการลงนามออก น.ส. 3 ก. เลขที่ 5264 เลขที่ดิน 491 นายทวีปอนุมัติและลงนาม นายทรงกลด ลงชื่อแจก น.ส. 3 ก. เลขที่ 5264 ให้แก่นายประกิจรับไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 ในวันเดียวกันนายประกิจจดทะเบียนขายให้แก่บริษัทโรงพยาบาลธนบุรี จำกัด และเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2541 นายประกิจยื่นคำขอออก น.ส. 3 ก. ในที่ดินโดยอ้างหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) เลขที่ 441 โดยอ้างว่าซื้อมาจากนายเอียง ตามที่นายเอียงได้แจ้ง ส.ค. 1 ไว้เนื้อที่ 11 - 1 - 00 ไร่ จำเลยที่ 2 สั่งรับคำขอสั่งฝ่ายรังวัดดำเนินการ นายธรรมศักดิ์สั่งให้จำเลยที่ 1 ไปทำการรังวัด ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2542 จำเลยที่ 1 รายงานผลการรังวัดตามแบบ ร.ว.3 ว่า ผู้ขอมิได้นำรังวัดผิดแปลงหรือนำที่ดินแปลงอื่นนอกหลักฐานมารวม เจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองแนวเขตครบทุกด้าน ได้ทำประโยชน์ปลูกมะพร้าวเต็มทั้งแปลง ได้เนื้อที่ 34 - 0 - 96 ไร่ มากกว่าเดิม 22 - 3 - 96 ไร่ เสนอผ่านนายธรรมศักดิ์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2542 นายธรรมศักดิ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าที่ดินข้างเคียงไม่สอดคล้องกันน่าจะรังวัดผิดแปลงเห็นควรให้ฝ่ายทะเบียนเชิญผู้ขอมาสอบสวนเพิ่มเติมว่ารังวัดถูกแปลงหรือไม่ นายทวีปบันทึกสั่งการในวันเดียวกันให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามสำเนาบันทึกข้อความ (ร.ว.3) แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการตั้งกรรมการสอบสวน ต่อมานายประกิจยินยอมให้ตัดเนื้อที่ออกประมาณ 10 ไร่ คงเหลือเนื้อที่ 23 - 3 - 37 ไร่ จนกระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน 2542 จำเลยที่ 2 เสนอนายทวีปพิจารณาอนุมัติลงนามออก น.ส. 3 ก. เลขที่ 5266 เลขที่ดิน 493 ให้แก่นายประกิจ นายทวีปอนุมัติและลงนามใน น.ส. 3 ก. ในวันเดียวกัน นายทรงกลดลงชื่อแจก น.ส. 3 ก. ให้นายประกิจในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 นายประกิจจดทะเบียนขายให้แก่บริษัทโรงพยาบาลธนบุรี จำกัด ในวันเดียวกัน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งปากนางวนิดาและนายวัลลภซึ่งได้ไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ของที่ดินมาด้วยตนเองมิได้ตรวจสอบโดยดูแต่เพียงภาพถ่าย คำเบิกความจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้ว่าที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 5264 และ 5266 ยังมีสภาพเป็นป่าและมีคว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2562 · ทนอย Thanoy