คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 3050/2544
หลักกฎหมาย
คำฟ้องในแต่ละกรรมที่โจทก์หาว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ไม่มีข้อความอันแสดงความหมายเป็นการใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังอย่างไรซึ่งศาลจะได้หยิบยกขึ้นพิจารณาได้ โดยเฉพาะโจทก์เพียงแต่บรรยายสรุปว่า ข้อความทั้งหมดเป็นความเท็จทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนคนอ่านไม่ทราบความจริงเข้าใจว่าโจทก์มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศโดยไม่มีข้อความตอนใดยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีความสัมพันธ์ทางเพศกับ ส.ซึ่งเป็นกระเทย เมื่อฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญดังกล่าวจึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) โจทก์บรรยายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดอันเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญามาด้วย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีในส่วนอาญาเสียแล้วย่อมไม่มีอำนาจรับคดีส่วนแพ่งไว้พิจารณา จึงต้องมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่งและคืนค่าธรรมเนียมแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 151
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์โฆษณา จำหน่ายและเผยแพร่ข่าวสารทางหนังสือพิมพ์โดยเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ ข. จำเลยที่ 2ถึงที่ 6 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ข. ด้วย เมื่อระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 2542 ถึงวันที่ 15กรกฎาคม 2542 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งหกร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมโดยจำเลยทั้งหกร่วมกันใส่ความโจทก์ด้วยการโฆษณาต่อประชาชนในหนังสือพิมพ์ ข.รวม 31 ฉบับ คือ ฉบับประจำวันที่ 3 มิถุนายน 2542 มีใจความว่าโจทก์นำเงินให้นาย ส. หรือครูเก๊ก หรือน้องเก๊ก ซึ่งมีนิสัยใจคอกระเดียดไปทางเพศหญิง และสนิทสนมกับโจทก์มานานกว่า 20 ปี ไปทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ ภายหลังน้องเก๊กประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ทำให้น้องเก๊กถูกโจทก์ฟ้องในคดีเช็คหลายคดีจำนวนเงิน 1,000,000 บาท น้องเก๊กต้องทยอยขายทรัพย์สินเพื่อรวบรวมเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ฉบับประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2542 มีใจความว่า โจทก์ให้สัมภาษณ์ว่ารู้จักนายเก๊กและให้ยืมเงิน 1,000,000 บาท แต่นายเก๊กนำเงินไปเลี้ยงดูผู้ชายไม่ได้นำเงินไปทำธุรกิจเงินกู้ และในวันเดียวกันน้องเก๊กเปิดเผยว่าไม่ได้นำเงินไปปรนเปรอผู้ชาย แต่นำเงินไปปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือโจทก์ โจทก์เปลี่ยนไปจากคนเดิมมาก ช่วงนี้กำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงาน ฉบับประจำวันที่ 5มิถุนายน 2542 มีใจความว่า น้องเก๊กยืนกรานไม่เคยนำเงินไปปรนเปรอผู้ชายและท้าให้โจทก์ออกโทรทัศน์ประจันหน้ากันทั้งยังมีคำให้สัมภาษณ์ของนายบุญมี โสภัง แกนนำสมัชชาคนจนและที่ปรึกษาสมัชชาลุ่มน้ำมูลว่า เห็นภาพน้องเก๊กถ่ายคู่กับโจทก์บอกได้เลยว่าโจทก์เป็นคนเช่นไรประชาชนทั้งประเทศเห็นภาพก็คงรู้ว่าโจทก์ชอบอย่างไร ฉบับประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2542มีใจความว่า ครูเก๊กกล่าวว่าเงินของโจทก์ทั้งหมดนำไปปล่อยกู้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่งดอกผลให้ตลอด ขอให้โจทก์นึกถึงความหลังที่ประทับใจครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2519เวลา 14 นาฬิกา ในบ้านพัก.....ของโจทก์ เมื่อก่อนเก๊กกับโจทก์สนิทกันมาก ถึงขนาดอยู่บ้านเดียวกันสามารถนำรถตำรวจไปใช้ได้ฉบับประจำวันที่ 7 มิถุนายน 2542 มีใจความว่า น้องเก๊กย้ำเหตุการณ์วันแรกพบในบ้านพักของสารวัตรใหญ่นั้นประทับใจมากรสชาติเหมือนแลคตาซอย ตอนนี้โจทก์ไม่เคยมาดูดำดูดี ไม่เหมือนสมัยโจทก์อยู่นาแก ฉบับประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2542 มีใจความว่าน้องเก๊กผวาภัยมืด รู้สึกหวาดกลัวมากมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามข่มขู่ให้หยุดการให้สัมภาษณ์เด็ดขาด ฉบับประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2542มีใจความว่า ซุ้มมือปืนดังแอบอ้างรูปโจทก์ที่แจกจ่ายกลุ่มเพื่อใส่กรอบโชว์กลางบ้าน ฉบับประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2542 มีใจความว่าน้องเก๊กให้สัมภาษณ์ถึงภาพที่นั่งเกาะขาโจทก์ว่า เป็นการบีบนวดให้โจทก์ที่หน้าห้องนอนบ้านพักโจทก์ เมื่อน้องเก๊กไขปริศนาของคำถามเรื่องแลคตาซอยสามารถเรียกเสียงเฮฮาลั่นห้อง ฉบับประจำวันที่ 11 มิถุนายน 2542 มีใจความว่า น้องเก๊กตอบพิธีกรรายการสายตรงไอทีวีว่า โจทก์บอกให้นำเงินไปปล่อยกู้จำนวน 1,000,000 บาท เพราะไม่มีรายได้พิเศษให้ปล่อยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 บาทโดยโจทก์ได้อัตราร้อยละ 3 บาท ส่วนน้องเก๊กได้อัตราร้อยละ 2 บาทฉบับประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2542 มีใจความว่า น้องเก๊กโดนมือมืดโทรศัพท์ขู่อุ้มจนต้องหลบภัยเข้ากรุงเทพฯ น้องเก๊กยืนยันว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ 3 ฉบับ ประจำวันที่ 13 มิถุนายน 2542มีใจความว่า แลคตาซอยคืออะไร ต้นตอคำนี้มาจากกรณีที่น้องเก๊กย้อนเหตุการณ์วันแรกอันประทับใจกับโจทก์ว่า รสชาติหวานมันยังกับแลคตาซอย ฉบับประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2542 มีใจความว่าโผล่อีกรูปดาราสาวเซ็กซ์บอมบ์นั่งตักโจทก์ น้องเก๊กร้องขอความเป็นธรรมที่ถูกโจทก์ฟ้องร้องคดีเช็คถึง 1,000,000 บาท ทั้งที่เคยสนิทกันลึกซึ้ง ความจริงแล้วทำธุรกิจร่วมกันก็ต้องร่วมกันรับผิดฉบับประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2542 มีใจความว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้องเก๊กกับโจทก์ น้องเก๊กตอบว่าใช้สายตามองรูปในหนังสือพิมพ์แล้วใช้วิจารณญาณเอาเองว่าเป็นอย่างไร คนเราตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าแลคตาซอยหมายความว่าอย่างไร น้องเก๊กยิ้มแล้วกล่าวเป็นนัยว่า คืนวันนั้นฝนตกและรถก็เสียด้วย ฉบับประจำวันที่ 16มิถุนายน 2542 มีใจความว่า น้องเก๊กแฉโดนดาราสาวเซ็กซ์บอมบ์โทรศัพท์ขู่หาว่าเป็นคนให้ข่าวนั่งตักโจทก์ แหล่งข่าวระดับสูงซึ่งใกล้ชิดกับพลตรี ส. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า พลตรี ส. เริ่มอึดอัดกับการทำงานของโจทก์ ระยะหลังผลงานไม่ดี คดีสำคัญหลายคดีไม่คืบหน้าน้องเก๊กเฉลยแลคตาซอยมันเกิดขึ้นเมื่อไปเก็บดอกเบี้ยกับโจทก์ รถจักรยานยนต์น้ำมันหมด เลยเติมแลคตาซอยแทนฉบับประจำวันที่ 17 มิถุนา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง