ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537

ฎีกาที่ 3060/2537

หลักกฎหมาย

ใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ทำที่เมืองฮ่องกงมีหนังสือของโนตารีปับลิกแห่งเมืองฮ่องกงรับรองว่าผู้มีอำนาจลงชื่อแทนโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในช่องผู้มอบอำนาจ โดยมีกงสุลไทยเมืองฮ่องกงรับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกอีกชั้นหนึ่งเมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบหักล้าง จึงฟังได้ว่าใบมอบอำนาจฉบับนี้ลงชื่อโดยผู้มีอำนาจของโจทก์จริง ไม่จำเป็นต้องให้โนตารีปับลิกรับรองด้วยว่าผู้ที่ลงชื่อมอบอำนาจได้กระทำต่อหน้าตนและรับรองว่ามีตราดุนประทับในใบมอบอำนาจ ใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีดังกล่าวย่อมมีผลใช้ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตามกฎหมายฮ่องกง และแนบหนังสือรับรองของโนตารีปับลิกซึ่งรับรองว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายฮ่องกงมาท้ายฟ้อง ย่อมเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์แจ้งชัดแล้ว ไม่จำต้องแนบหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลมาท้ายฟ้องด้วย ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องว่าเครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทแต่ผู้เดียว ไม่ได้กล่าวอ้างว่าเป็นของบุคคลอื่นใด ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่าโจทก์หรือจำเลยมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่ากัน การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเครื่องหมายการค้าเป็นของผู้อื่นไม่ใช่ของโจทก์จึงเป็นการอุทธรณ์นอกคำให้การ และนอกประเด็น เครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปที่ 6 เป็นอักษรโรมันคำว่าLEEKUMKEE รูปที่ 2 เป็นอักษรจีนอ่านว่า ลีคุมกี หรือลีคุมคีหรือลีคัมกีหรือลีกัมกี รูปที่ 6 เป็นกรอบรูปประดิษฐ์สี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลาง เป็นรูปวงกลมมีหญิงจีนยืนชิดโต๊ะอาหารหันหน้าเข้าโต๊ะ มือซ้ายวางคว่ำบนโต๊ะหลังมือชิดจานอาหาร รูปที่ 7 เป็นรูปแถบชายธงโค้งด้านเว้าหงายขึ้น ตรงกลางมีรูปวงกลม หญิงจีน โต๊ะอาหารและจานอาหารเช่นเดียวกับในรูปที่ 6 ตรงชายแถบด้านซ้ายมีอักษรจีนอ่านว่า ลีกัมกี และชายแถบด้านขวามีอักษรโรมันคำว่า LEEKUMKEE อ่านว่า ลีกัมลี รูปที่ 8 เป็นรูปพัดจีนประดิษฐ์ มีอักษรโรมัน L.K.K. อ่านว่า แอลเคเคอยู่เหนืออักษรจีนที่อ่านว่า ลีคัมกี รูปที่ 9 เป็นรูปพัดจีนประดิษฐ์เหมือนรูปที่ 8 แต่เพิ่มตัวอักษรจีนอ่านว่าลีคุมกี อยู่เหนือพัดจีน และ อักษรโรมันคำว่า LEEKUMKEEอ่านว่า ลีคัมกี อยู่ใต้พัดจีน ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยประกอบด้วยรูปภาพและตัวอักษรมีทั้งหมดสองส่วน 3 รูปส่วนบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใหญ่ภายในมีกรอบรูปประดิษฐ์ล้อมรอบ ตรงกลางเป็นรูปเรือสำเภาจีน เหนือขึ้นไปเป็นอักษรโรมันคำว่า LEEMIANKEE อ่านว่า ลีเมียนกี ด้านซ้ายและขวามีอักษรจีนอ่านว่า ลีเมียนกี อยู่ในกรอบรูปประดิษฐ์เล็ก ๆ ส่วนล่างประกอบด้วยรู)2 รูปเรียงกัน รูปแรกด้านซ้ายเป็นรูปประดิษฐ์คล้ายเข็มขัดมีหัวอยู่ตรงกลาง มีรูปหญิงจีนถือจานอาหารอยู่ตรงหัวเข็มขัด ส่วนสายเข็มขัดด้านขวามีอักษรโรมันอ่านว่า LEEMAINKEE อ่านว่า ลีเมียนกีกับอักษรจีนอ่านว่า ลีเมียนกี รูปที่ 2 ด้านขวาเป็นรูปคล้ายพัดจีนประดิษฐ์ตั้งตรงด้านมือจับชี้ลง มีอักษรโรมัน L.M.K.อ่านว่า แอลเอ็มเคและอักษรจีนอ่านว่าลีเมียนกีอยู่ภายในกรอบรูปพัดจีนโดยอักษรโรมันอยู่เหนืออักษรจีนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทั้ง 7 รูป ดังกล่าวกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงแตกต่างกันมาก ทั้งนี้เพราะเครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปที่ 1 และ 2 มีเพียงตัวอักษรเท่านั้นไม่มีรูปภาพ การอ่านออกเสียงก็ต่างกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย และเครื่องหมายการค้าของจำเลยจุดเด่นอยู่ที่รูปภาพส่วนของโจทก์อยู่ที่ตัวอักษร เครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปที่ 6 เป็นรูปภาพเดี่ยว ของจำเลยมีรูปภาพถึง 3 รูปแม้จะมีรูปหญิงจีนเหมือนกันแต่ท่าทางก็ต่างกัน ของโจทก์รูปหญิงจีนเป็นรูปเด่น ของจำเลยเป็นเพียงรูปเล็ก ๆ ของรูปหนึ่งใน 3 รูป เครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปที่ 7 แม้จะมีอักษรโรมันและอักษรจีนเช่นเดียวกับของจำเลย แต่ก็ออกเสียงคนละอย่างและอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน เครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปที่ 8 และรูปที่ 9 เป็นรูปเดี่ยว ของจำเลยเป็นรูปภาพ 3 รูป มีรูปพัดจีนเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ และเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีด้ามส่วนของโจทก์นั้นขอบรูปพัดเป็นรูปเถาไม้เลื้อย คดเคี้ยวคล้ายลายกนก ไม่มีด้ามแม้รูปที่ 9ของโจทก์จะมีตัวอักษรภาษาจีนและอักษรโรมันก็อ่านออกเสียงคนละอย่างกับของจำเลย ดังนั้นเครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์รูปหนึ่งรูปใดใน 7 รูปดังกล่าวเลย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า คำ รูปและสลากเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า LEE KUM KEE อักษรจีนอ่านว่า ลี คุม กี หรือ ลี คุม คี หรือ ลี คัม กี หรือ ลี กัม กีหรือ หลี กิม กี่ อักษรไทยคำว่า ลีคัมกี สลากเครื่องหมายการค้ารูปเด็กและหญิงจีนแจวเรือ รูปหญิงจีนในกรอบรูปประดิษฐ์รูปคล้ายพัดจีนประดิษฐ์มีอักษรจีนอ่านว่า ลี คุม กี และอักษรโรมันตัว LKK รวมอยู่ในรูปคล้ายพัดจีนประดิษฐ์ รูปคล้ายพัดจีนประดิษฐ์มีอักษรจีนอ่านว่า ลี คุม กี และอักษรโรมันตัว LKK รวมอยู่ในรูปคล้ายพัดจีนประดิษฐ์ กับมีอักษรจีนอ่านว่า ลี คุม กี และอักษรโรมันคำว่า LEE KUM KEE อยู่เหนือและใต้รูปดังกล่าว โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสลากเครื่องหมายการค้าไว้หลายคำขอ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าแจ้งว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย จึงจดทะเบียนให้ไม่ได้ จำเลยไม่มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าข้างต้น แต่จำเลยได้ผลิตสินค้าน้ำมันหอย ภายใต้สลากเครื่องหมายการค้ารูปเด็กและหญิงจีนแจวเรือ รวมทั้งเครื่องหมายการค้าอักษรจีนอ่านว่า ลี เมียน กี อักษรโรมันคำว่า LEE MAIN KEE และอักษรไทยคำว่า ตราลีเมียนกี ออกจำหน่าย ทำให้โจทก์จำหน่ายสินค้าน้ำมันหอย ของโจทก์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าและสลากเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้น้อยลงเดือนละ 50,000 บาท ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทและมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่าจำเลย เครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ให้จำเลยถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 71434, 77533, 87222, และ 91504 หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และห้ามจำเลยใช้หรือเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยเลิกผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำมันหอย ภายใต้เครื่องหมายการค้าและสลากเครื่องหมายการค้าพิพาท จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าตามฟ้องแต่เพียงผู้เดียวความเสียหายของโจทก์ประมาณเดือนละ 100 บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามเอกสารท้ายฟ้องรูปที่ 1 รูปที่ 2 รูปที่ 4 รูปที่ 5 รูปที่ 8และรูปที่ 9 เครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 108832 (ทะเบียนที่ 71434) 116242 (ทะเบียนที่ 77533)และ 139212 (ทะเบียนที่ 91504) เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องรูปที่ 4 รูปที่ 5 ให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 71434 (คำขอเลขที่ 108832) 77533(คำขอเลขที่ 116242) 91505 (คำขอเลขที่ 139212) หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยห้ามจำเลยใช้หรือเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าข้างต้นและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.11 หรือเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 รูปที่ 1 ถึงรูปที่ 9 โดยแบ่งเป็น 6 คำขอ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าแจ้งว่าเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนตามคำขอที่ 169030 เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ 71434 คำขอที่ 108832 ทะเบียนเลขที่ 77533คำขอเลขที่ 116242 และทะเบียนเลขที่ 91504 คำขอเลขที่ 139212ของจำเลย จึงจดทะเบียนให้ไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสามคำขอดังกล่าวรวมทั้งเครื่องหมายการค้าเลขที่ 87222 คำขอเลขที่ 116243 ของจำเลยอีกคำขอหนึ่งด้วย โดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าเหล่านั้นดีกว่าจำเลยพร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันมาโดยไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอสามคำขอแรกเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์ ตามเอกสารท้ายฟ้องรูปที่ 4 รูปที่ 5 จึงพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอสามคำขอแรกและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเลขที่ 87222 คำขอเลขที่ 116243 ศาลล่างทั้งสองฟังว่าไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์จึงยกคำขอส่วนนี้โจทก์ฎีกาว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเลขที่ 87222 คำขอเลขที่ 116243 เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ขอให้บังคับตามฟ้อง ส่วนจำเลยขอให้ยกฟ้องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าสามเลขทะเบียนที่ศาลล่างทั้งสองให้เพิกถอนและให้ใช้ค่าเสียหาย มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2537 · ทนอย Thanoy