ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549

ฎีกาที่ 3082/2549

หลักกฎหมาย

การแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้แต่เฉพาะที่ดินเป็นของผู้อื่น เมื่อจำเลยอ้างว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลยและจำเลยครอบครองเองจึงไม่เป็นการแย่งการครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทจากโจทก์ คดีไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปี นับแต่เวลาที่ถูกแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 หรือไม่ ดังที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นนี้ไว้ เพราะจะขัดแย้งกับประเด็นที่จำเลยให้การไว้ว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลยโดยได้รับการยกให้จากนาย ช. บิดาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาทเดิม การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อนี้ไว้จึงเป็นการมิชอบ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 29 หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 1 งาน 83 ตารางวา และเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 34 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว โดยได้รับการให้มาจากนางเทื้อม ศิลปกอบ มารดา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินของโจทก์เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านของโจทก์คัดค้านการรังวัดโดยอ้างว่าจำเลยได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ และไม่ยอมให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จึงมอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 29 หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีและบ้านเลขที่ 34 หากจำเลยและบริวารไม่ยอมออกไป ขอให้จับกุมหรือคุมขังจำเลยไว้จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเป็นผู้สิทธิครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ทิศเหนือจดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้จดถนนเพชรเกษม ทิศตะวันออกจดที่นางเทื้อมศิลปกอบ และทิศตะวันตกจดที่ดินนายสมใจ พ่วงสวัสดิ์ และนางประเสริฐ จันทร์ปรุง เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 80 ตารางวา โดยได้รับการยกให้มาจากนายชมเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว พร้อมบ้านเลขที่ 34 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว หลังจากได้รับยกให้แล้วจำเลยเข้าครอบครองที่ดินและบ้านโดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี 2535 นางเทื้อมขอออกโฉนดที่ดินของนางเทื้อมทางด้านทิศตะวันออก และนางเทื้อมได้ชี้เขตที่ดินเข้ามาในที่ดินของจำเลยดังกล่าว จำเลยคัดค้าน นางเทื้อมจึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินจำเลยครอบครองได้ แต่โดยการแนะนำของทนายความว่านางเทื้อมฟ้องจำเลยไม่ได้เพราะมาหาทนายความเกินหนึ่งปีตั้งแต่จำเลยคัดค้านดังกล่าว ทนายความจึงแนะนำให้นางเทื้อมโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2537 เพื่อนำไปออกโฉนดที่ดิน โจทก์ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินและจะรังวัดเข้ามาในที่ดินที่จำเลยครอบครองอีก จำเลยคัดค้าน ฉะนั้น โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้ทั้งที่ทราบว่าจำเลยครอบครองเพื่อตนมาตั้งแต่ต้นจึงเกินหนึ่งปีนับแต่ถูกรบกวนการครอบครองหรือแย่งการครอบครองโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยและไม่สามารถเรียกค่าเสียหายได้ ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องมาสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 29 หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และบ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 6,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 11 กันยายน 2538) จนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะออกจากที่ดินและบ้านดังกล่าว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความทั้งสองฝ่ายมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า นางเทื้อม ศิลปกอบ และจำเลยเป็นบุตรนายชม พ่วงสวัสดิ์ โจทก์เป็นบุตร นางเทื้อม เดิมนายชมเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดินเลขที่ 29 หมู่ที่ 5 ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 2 งาน 68 ตารางวา เอกสารหมาย จ.8 ต่อมาวันที่ 8 เมษายน 2511 นายชมมอบอำนาจให้นางเทื้อมมีอำนาจจัดการขอรับรองการทำประโยชน์และแบ่งเวนคืนตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจและสำเนาคำขอรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.7 และ จ.15 ทางราชการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื้อที่ 3 งาน 15 ตารางวา ให้แก่นายชมตามเอกสารหมาย จ.3 วันที่ 31 มกราคม 2515 ที่ดินดังกล่าวถูกแบ่งเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงสายนครปฐม - เพชรบุรี เนื้อที่ 43 ตารางวา วันที่ 11 พฤษภาคม 2515 นายชมยกที่ดินส่วนที่เหลือเนื้อที่ 2 งาน 72 ตารางวา ให้แก่นางเทื้อม วันที่ 20 กันยายน 2536 นางเทื้อมแบ่งที่ดินดังกล่าวให้นางประเสริฐ จันทร์ปรุง เนื้อที่ 43 ตารางวา ให้จำเลยเนื้อที่ 42 ตารางวา และให้นายสมใจ พ่วงสวัสดิ์ เนื้อที่ 32 ตารางวา คงเหลือเนื้อที่ 1 งาน 83 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินพิพาท เดือนกุมภาพันธ์ 2537 นางเทื้อมยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ตามสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 3 ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2537 โจทก์ไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย จ.22 จำเลยคัดค้านการรังวัด คดีมีปัญหาวินิจฉั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2549 · ทนอย Thanoy