คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 3116/2537
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 2 ร่วมคบคิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 มาก่อนเกิดเหตุเพื่อที่จะมากระทำผิดโดยเขียนแผนที่เพื่อประโยชน์ในการเข้ากระทำผิดและหลบหนี และขณะที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำผิดฐานชิงทรัพย์จำเลยที่ 2 รออยู่ ณ ที่ตามที่นัดหมายกันไว้ พร้อมกับมีรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 และที่ 3 หลังจากได้กระทำความผิดสำเร็จและขาดตอนไปแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 รออยู่ในที่ ๆ ใกล้ชิดเพียงพอที่จะช่วยเหลือจำเลยที่ 1และที่ 3 ในขณะกระทำผิดได้ ไม่พอฟังว่าเป็นการร่วมเป็นตัวการในการกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 คงเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 และที่ 3 ก่อนการกระทำผิด จำเลยที่ 2 จึงเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 เข้าไปในบ้านผู้ตาย ผู้ตายเรียก ช.เข้าไปในบ้าน จำเลยที่ 3 เอาวิทยุโทรศัพท์มือถือของผู้ตายยื่นให้ ช.นำไปมอบแก่ภริยาผู้ตายช. ไม่ยอมรับ จำเลยที่ 1 ดึงมือช. พาเข้าไปยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของผู้ตาย จำเลยที่ 3 สั่งให้ผู้ตายส่งลูกกุญแจให้ แล้วจำเลยที่ 3 ส่งกุญแจต่อให้จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้ตายเอาเงินสดไป ขณะเดียวกันจำเลยที่ 3 เตะปลายคาง ช. และชักอาวุธปืนสั้นออกมายิงผู้ตาย1 นัด แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 3 เดินออกไปขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายพากันหลบหนีไป ดังนี้ การกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์กับการฆ่าผู้ตายได้กระทำต่อเนื่องกันไปอันเป็นการฆ่าเพื่อสะดวกในการชิงทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป ทั้งเพื่อให้พ้นการจับกุม จึงเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี,371, 289, 91, 90, 83, 33 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14, 15พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 5, 7 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม2519 ข้อ 3, 6, 7 ริบอาวุธปืน กระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน แม็กกาซีนซองพกอ่อนและกระดาษเขียนแผนที่เกิดเหตุของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนแต่ให้การปฏิเสธข้อหาฐานปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควรฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและใช้ยานพาหนะ ฐานฆ่าผู้อื่น แต่ให้การปฏิเสธข้อหาฐานปล้นทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคท้าย ประกอบมาตรา 340 ตรี ให้ประหารชีวิต เฉพาะจำเลยที่ 3 ยังมีความผิดอีกสามกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7) กรรมหนึ่งให้ประหารชีวิตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่งกรรมหนึ่ง ให้จำคุก 1 ปี และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิวรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา371 อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 72 ทวิวรรคสอง อีกกรรมหนึ่งให้จำคุก 1 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 ให้จำคุก 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 ให้จำคุกตลอดชีวิตเมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษในกระทงอื่นมารวมลงโทษจำเลยที่ 3 ได้อีก คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ตลอดชีวิตสถานเดียว ริบอาวุธปืน กระสุนปืน แม็กกาซีน ซองพก ปลอกกระสุนปืนและกระดาษเขียนแผนที่ของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ต่างไม่อุทธรณ์ เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ให้จำคุกตลอดชีวิตสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 340 ตรี และมาตรา 289(7) ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคท้าย ประกอบมาตรา340 ตรี และมาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 340 ตรี และมาตรา 86 ส่วนจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 340 ตรี และมาตรา 83 บทหนึ่ง และมาตรา 289(7) อีกบทหนึ่งแต่เนื่องจากมาตรา 339 วรรคท้าย มีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจลงโทษให้หนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 340 ตรี ได้อีก ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิตส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 มาประกอบการคำนวณโทษแล้ว ให้ลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน การกระทำของจำเลยที่ 3ดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 3คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอย่างมาก มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52(2) และมาตรา 53 แล้ว คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 25 ปี ลงโทษจำเลยที่ 3 สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(7) ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง และมาตรา8 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง คงให้จำคุกกระทงละ6 เดือน รวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ตลอดชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง