ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 3128/2538

หลักกฎหมาย

ม.ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ต่อมา ม. ยกที่ดินตามน.ส.3ซึ่งรวมที่ดินพิพาทอยู่ด้วยให้แก่ ป. จึงถือว่า ม.ได้โอนไปโดยสมบูรณ์ซึ่งทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งข้อกำหนดพินัยกรรมด้วยความตั้งใจแล้วข้อกำหนดพินัยกรรมที่ระบุยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ย่อมเป็นอันเพิกถอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1696วรรคหนึ่ง การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1382จะมีได้เฉพาะที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเท่านั้นที่ดินพิพาทเพิ่งออกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่30กรกฎาคม2530การที่โจทก์ครอบครองก่อนหน้านี้แม้จะเกิน10ปีก็ ไม่ได้ กรรมสิทธิ์ เมื่อ นับระยะเวลาตั้งแต่วันออกโฉนดที่ดินพิพาทถึงวันฟ้องโจทก์ครอบครองยังไม่ครบ10ปีโจทก์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1382

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ ต้น ปี 2515 นาง มี ได้ ยก ที่ดิน ตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 157 เนื้อที่ ประมาณ3 ไร่ 73 ตารางวา ให้ แก่ โจทก์ และ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา โดย มิได้ ไป จดทะเบียน การ ยกให้ แต่ ได้ ส่งมอบ ที่ดิน ให้ โจทก์ และ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ครอบครอง ตาม ส่วน โจทก์ ได้ ครอบครอง ที่ดิน ส่วน ของ โจทก์ โดย ความสงบ และ โดย เปิดเผย ด้วย เจตนา เป็น เจ้าของ ตลอดมา เป็นเวลา เกือบ 20 ปี ไม่มี ผู้ใด โต้แย้ง ขัดขวาง เมื่อ วันที่ 27 กรกฎาคม2515 นาง มี ทำ พินัยกรรม แสดง เจตนา เกี่ยวกับ ที่ดิน ดังกล่าว เพื่อ ยืนยัน การ ยก ที่ดิน ดังกล่าว ให้ แก่ โจทก์ และ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ต่อมา วันที่ 18 มีนาคม 2524 ร้อยตำรวจตรี ปรีชา หลอกลวง นาง มี ให้ จดทะเบียน เปลี่ยน ชื่อ ใน น.ส. 3 ดังกล่าว จาก ชื่อ ของ นาง มี มา เป็น ชื่อ ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา นาง มี หลงเชื่อ จึง ได้ จดทะเบียน การ ให้ และ เปลี่ยน ชื่อ นาง มี ใน น.ส. 3 มา เป็น ชื่อ ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา เมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน 2524 ต่อมา วันที่ 24 เมษายน 2526 นาง มี ถึงแก่กรรม โจทก์ ไป ติดต่อ ขอรับ โอน ที่ดิน ที่ โจทก์ มีสิทธิ ได้รับจึง ทราบ ว่า ได้ มี การ เปลี่ยน ชื่อ ใน น.ส. 3 มา เป็น ชื่อ ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา โจทก์ จึง แจ้ง ให้ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา จดทะเบียน แบ่งแยก ที่ดิน ให้ แก่ โจทก์ ตาม ส่วน แต่ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ขอให้ โจทก์ รอ โฉนด ที่ดิน ก่อน ต่อมา ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ถึงแก่กรรม ส่วน โฉนด ที่ดิน ออก เมื่อ วันที่ 30 กรกฎาคม 2530 เป็น โฉนด เลขที่ 2555 โจทก์ ได้ ติดต่อจำเลย ทั้ง แปด ซึ่ง เป็น ทายาท ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา เพื่อ ให้ จดทะเบียน แบ่งแยก โฉนด ที่ดิน ให้ แก่ โจทก์ แต่ จำเลย ทั้ง แปด ไม่ยอม โจทก์ ครอบครองที่ดิน นับแต่ ได้รับ การ ยกให้ จาก นาง มี ตลอดมา เป็น เวลา เกือบ 20 ปี โดย ความสงบ และ โดย เปิดเผย ด้วย เจตนา เป็น เจ้าของ ไม่มี ผู้ใด โต้แย้งขอให้ พิพากษา ว่า ที่ดิน ส่วน ที่อยู่ ทาง ด้าน ทิศตะวันตก โดย แบ่ง ตาม แนว จากทิศเหนือ จด ทิศใต้ ของ ที่ดิน ตาม โฉนด เลขที่ 2555 ตำบล โชคชัย อำเภอ โชคชัย จังหวัด นครราชสีมา เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน เป็น กรรมสิทธิ์ ของ โจทก์ โดย การ ครอบครอง ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ให้ จำเลย ทั้ง แปด ใน ฐานะ ทายาทโดยธรรม ผู้มีสิทธิรับมรดก ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ไป จดทะเบียน แบ่งแยก โฉนด ที่ดิน ตาม ส่วน ข้างต้น และ โอน ให้ แก่ โจทก์ จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 4 ขาดนัด ยื่นคำให้การ และ ขาดนัดพิจารณา จำเลย ที่ 5 ถึง ที่ 8 ให้การ ว่า นาง มี ไม่เคย ยก ที่ดิน ให้ แก่ โจทก์ และ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา จำเลย ที่ 5 ถึง ที่ 8 และ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ได้ ครอบครอง อยู่อาศัย มา โดย ตลอด ถึง ปัจจุบัน ไม่เคย มี ผู้ใด โต้แย้ง หรือ เกี่ยวข้อง รวมทั้ง โจทก์ พินัยกรรม หาก มี อยู่ จริง ก็ ไม่มีผลบังคับ เพราะ นาง มี ได้ ยก ที่ดินพิพาท ตาม พินัยกรรม ให้ แก่ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา แล้ว ที่ดินพิพาท เพิ่ง ออก โฉนด ที่ดิน เมื่อ วันที่ 30 กรกฎาคม 2530 โจทก์ ฟ้องคดี ปี 2534 โจทก์ จึง ยัง ไม่ได้สิทธิ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นอกจาก นี้เมื่อ โจทก์ ทราบ ว่า สิทธิ ของ โจทก์ ถูก คัดค้าน จาก การ เปลี่ยน ชื่อ จากนาง มี มา เป็น ชื่อ ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา โจทก์ ไม่ได้ โต้แย้ง ภายใน 1 ปี จึง ขาดอายุความ โจทก์ ฟ้อง จำเลย ทั้ง แปด ใน ฐานะ ทายาทของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา แต่ โจทก์ ฟ้องคดี เกินกว่า 1 ปี นับแต่ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา ตาย ฟ้องโจทก์ จึง ขาดอายุความ เช่นกัน ขอให้ ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง แปด จดทะเบียน แบ่งแยกโฉนด ที่ดิน ส่วน ที่อยู่ ด้าน ทิศตะวันตก โดย แบ่ง ตาม แนว จาก ทิศเหนือจด ทิศใต้ เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน ของ ที่ดิน ตาม โฉนด เลขที่ 2555ตำบล โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัด นครราชสีมา ตาม แผนที่ สังเขป เอกสาร หมาย จ. 2 และ โอน ส่วน ดังกล่าว ให้ แก่ โจทก์ ณ สำนักงานที่ดิน จังหวัด นครราชสีมา สาขา โชคชัย ภายใน 30 วัน หาก ไม่ไป ให้ ถือ เอา ตาม คำพิพากษา แทน การแสดง เจตนา จำเลย ที่ 5 ถึง ที่ 8 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ โจทก์ ฎีกา โดย ผู้พิพากษา ที่ ได้ นั่งพิจารณา คดี ใน ศาลชั้นต้นรับรอง ว่า มีเหตุ สมควร ที่ จะ ฎีกา ใน ข้อเท็จจริง ได้ ระหว่าง พิจารณา นาง สุภีร์ สุบงกช จำเลย ที่ 5 ถึงแก่กรรม นางสาว นิลวรรณ สุบงกช ทายาท ของ จำเลย ที่ 5 ยื่น คำร้องขอ เข้า เป็น คู่ความ แทน ศาลฎีกา อนุญาต ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริง เบื้องต้น ฟังได้ว่า โจทก์ กับ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา สุบงกช เป็น บุตร ของ นาง มี สุบงกช จำเลย ที่ 5 เป็น ภรรยา ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา จำเลย ที่ 6 ถึง ที่ 8 เป็น บุตร ของ ร้อยตำรวจตรี ปรีชา กับ จำเล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3128/2538 · ทนอย Thanoy