ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 3153/2559

หลักกฎหมาย

เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้งสองได้ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนทั้งสองของโจทก์ด้วยการนำเครื่องหมายการค้าทั้งสองของโจทก์ดังกล่าวไปใช้กับสินค้าท่อเหล็กกลมดำของจำเลยทั้งสองจำนวน 10 ท่อ โดยที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่ายเพราะถูกยึดไว้เป็นของกลางเสียก่อน โจทก์จึงยังไม่ได้รับความเสียหายจากการขาดกำไรในการจำหน่ายสินค้าท่อเหล็กของโจทก์เพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองขายสินค้าท่อเหล็กกลมดำดังกล่าว เมื่อไม่มีผู้บริโภครายใดได้ซื้อสินค้าท่อเหล็กดำดังกล่าว จึงไม่มีผู้บริโภครายใดที่หลงเชื่อว่าสินค้าท่อเหล็กนี้เป็นสินค้าของโจทก์และพบว่าเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพดีเทียบเท่ากับสินค้าของโจทก์จนทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายในชื่อเสียงของสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนทั้งสองของโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในค่าเสียหายที่โจทก์เสียชื่อเสียงได้ ค่าเสียหายที่อ้างว่าโจทก์ต้องว่าจ้างพนักงานเป็นการเฉพาะเพื่อชี้แจงเรื่องท่อเหล็กปลอมต่อบรรดาลูกค้าผู้ซื้อสินค้าท่อเหล็กของโจทก์กับกลุ่มที่จะซื้อสินค้าของโจทก์นั้น หากโจทก์ได้เสียค่าใช้จ่ายไปจริง ก็หาได้เป็นความเสียหายอันเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการที่จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าทั้งสองของโจทก์ เพราะจำเลยทั้งสองยังมิได้จำหน่ายสินค้าท่อเหล็กดำกลมจำนวน 10 ท่อ เนื่องจากถูกจับและเจ้าพนักงานยึดสินค้าท่อเหล็กดำดังกล่าวเป็นของกลางเสียก่อน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้จากจำเลยทั้งสองได้ โจทก์คงได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวในส่วนที่จำเลยทั้งสองมิได้จ่ายค่าแห่งการใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนทั้งสองของโจทก์เท่านั้น

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 24,168,789 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 1,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 อันเป็นวันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการโรงงานผลิตท่อเหล็กตามหนังสือรับรอง โจทก์ยื่นคำขอและได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวมจำนวน 3 เครื่องหมาย จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ เครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ 6 รายการสินค้า ท่อเหล็กแป๊บน้ำ โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 52331 เครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ 6 รายการสินค้า ท่อเหล็กกลมและสี่เหลี่ยม โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2546 ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 190737 และเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ 6 รายการสินค้า ท่อเหล็กดำ ท่อเหล็กชุบสังกะสี ท่อเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างและเหล็กแผ่นดำ โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2547 ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 213218 จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการขายเหล็ก ท่อเหล็ก และวาล์ว เดิมใช้ชื่อว่า บริษัทไพพ์ไลน์ซีสเท็ม จำกัด ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทสยามไพพ์ไลน์ซีสเท็ม จำกัด เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2555 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ในระหว่างปี 2547 ถึงปี 2555 ตามหนังสือรับรอง เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2554 พนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสอง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108 และมาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 มีความว่า เมื่อระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม 2553 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายการค้า ที่ได้รับการจดทะเบียนดังกล่าวของโจทก์บนท่อเหล็กกลมดำจำนวน 10 ท่อ ซึ่งเป็นสินค้าของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าเป็นการทำปลอมเครื่องหมายการค้าทั้งสองของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้ดังกล่าว และจำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าท่อเหล็กกลมดำจำนวน 10 ท่อ ที่มีตราเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนทั้งสองดังกล่าวของโจทก์ เหตุเกิดที่ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพันกัน เจ้าพนักงานยึดท่อเหล็กกลมดำจำนวน 10 ท่อ ดังกล่าวพร้อมด้วยแผ่นสังกะสีที่ฉลุรอยตราเครื่องหมายการค้า จำนวน 1 แผ่น สีสเปรย์ขาวและดำสำหรับใช้พ่นจำนวน 12 กระป๋อง กับแผ่นสังกะสีที่ฉลุรอยเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นอีกจำนวน 3 แผ่น อันเป็นอุปกรณ์ที่จำเลยทั้งสองใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในคดีดังกล่าว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อ.501/2555 ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108 และมาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ลงโทษจำเลยทั้งสองหลังลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 160,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 160,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้คุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ด้วย พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งได้รับการจดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรกับสินค้าในจำพวกที่ 6 รายการสินค้า ท่อเหล็กกลมและสี่เหลี่ยม และรายการสินค้าท่อเหล็กดำ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2546 และวันที่ 10 พฤษภาคม 2547 ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 190737 และเลขที่ ค 213218 โดยจำเลยทั้งสองป
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง