คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550
ฎีกาที่ 316/2550
หลักกฎหมาย
โจทก์กล่าวอ้างว่าที่ดินมือเปล่าของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ แต่การที่โจทก์ขอเปิดทางจำเป็นนั้น ที่และวิธีทำทางผ่านต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นกับต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคสาม การที่โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบเกี่ยวกับที่ดินมือเปล่าโดยระบุเพียงเขตติดต่อแต่ละด้านว่าจดที่ดินแปลงใด โดยไม่ปรากฏความยาวของที่ดินมือเปล่าแต่ละด้าน ในการทำแผนที่พิพาทโจทก์ก็นำชี้แนวเขตที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองทั้งที่ดินมือเปล่าและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวมเป็นแปลงเดียวกัน จึงไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าการใช้ทางพิพาทจะพอควรแก่ความจำเป็นสำหรับที่ดินมือเปล่าของโจทก์หรือไม่ และการเลือกใช้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจะทำให้ที่ดินของจำเลยเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินมือเปล่าของโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า (ไม่มีเอกสารสิทธิสำหรับที่ดิน) ตั้งอยู่ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีอาณาเขตทิศเหนือจดที่ดินนางคำปุ่น ทองจิตร ทิศใต้จดที่ดินนางแดงน้อย (ไม่ปรากฏชื่อสกุล) ทิศตะวันออกจดที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ของจำเลย และทิศตะวันตกจดที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งโจทก์ซื้อที่ดินมาจากนายประสงค์ ประสมศรี เมื่อปี 2539 ก่อนหน้านั้นนายประสงค์และบริวารได้ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินของจำเลยกว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร เมื่อออกสู่ทางสาธารณะทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินจำเลยมาเป็นเวลา 10 ปีเศษ โดยความสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเพื่อใช้ประโยชน์แห่งอสังหาริมทรัพย์ของตน และไม่มีเส้นทางอื่นที่จะใช้ผ่านจากทางสาธารณะเข้าสู่ที่ดินของโจทก์ได้ โจทก์ใช้ทางพิพาทต่อจากนายประสงค์ตลอดมา โดยความสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาใช้เพื่อประโยชน์แห่งอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ จำเลยไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้าน ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2542 จำเลยสร้างรั้วลวดหนามกั้นตลอดที่ดิน จำเลยปิดกั้นทางพิพาท ทำให้โจทก์และบริวารไม่สามารถใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่ปิดกั้นทางพิพาทแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางจำเป็นและหรือทางภาระจำยอม กว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร และให้จำเลยจดทะเบียนทางจำเป็นและหรือทางภาระจำยอมดังกล่าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า นายประสงค์ ประสมศรี เจ้าของที่ดินเดิมไม่เคยใช้ทางพิพาท ที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินมือเปล่า มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย นายประสงค์ไม่ได้ทำประโยชน์มาหลายสิบปีปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากนายประสงค์จะเข้าออกสู่ที่ดินของตนก็ใช้ทางเดินผ่านที่ดินของบุคคลอื่นทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ของที่ดินจำเลย เมื่อปี 2537 โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ ติดกันที่ดินที่โจทก์ซื้อจากนายประสงค์ ที่ดินแปลงดังกล่าวไม่มีทางเข้าออก เจ้าของเดิมและโจทก์อาศัยเดินตามคันนาของบุคคลอื่นเข้าออกตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาปี 2539 โจทก์จึงซื้อที่ดินจากนายประสงค์ทั้งที่โจทก์ทราบว่าไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ของจำเลยตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 และให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เนื้อที่ 1 งาน 26 ตารางวา ด้านทิศตะวันออกติดทาง ร.พ.ช. (เร่งรัดพัฒนาชนบท) สายบ้านเขื่องคำ - บ้านขุมเงิน ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งซื้อมาจากนายประสงค์ ประสมศรี และที่ดินเนื้อที่ 14 ไร่ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งซื้อมาจากนางหนูเกตุ ประสมศรี และนายปานทอง ล้วนศรี ทางพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ด้านทิศตะวันออกติดทาง ร.พ.ช. กว้าง 2.59 เมตร ทิศตะวันตกติดที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครองกว้าง 2.63 เมตร ด้านทิศเหนือยาว 16.793 เมตร ด้านทิศใต้ยาว 16.189 เมตร ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความแก่ที่ดินมือเปล่าของโจทก์หรือได้ โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่านายประสงค์ ประสมศรีเจ้าของที่ดินมือเปล่าคนเดิมและบริวารได้ใช้ทางพิพาทเพื่อออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 10 ปี เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่าจากนายประสงค์ในปี 2539 ก็ใช้ทางพิพาทต่อเนื่องจากนายประสงค์จนถึงปี 2542 ซึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้ ดังนั้น การที่นายประสงค์จะได้ภาระจำยอมโดยอายุความย่อมขึ้นอยู่กับว่านายประสงค์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสามยทรัพย์ได้ใช้ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยอันเป็นภารยทรัพย์มาครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เกี่ยวกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ ในส่วนที่ผู้อื่นจะได้ใช้ทางพิพาทหรือไม่นั้นไม่มีผลเกี่ยวกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความของนายประสงค์แต่ประการใด โจทก์ซึ่งกล่าวอ้างว่านายประสงค์เจ้าของที่ดินมือเปล่าคนเดิมได้ภาระจำเลยยอมในทางพิพาทก่อนขายที่ดินมือเปล่าให้โจทก์ จึงมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบให้ฟังได้ว่านายประสงค์ได้ใช้ทางพิพาทอย่างปรปักษ์โดยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาให้ได้ใช้สิทธิในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินมือเปล่าของตนเป็นเวลา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง