คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 3167/2545
หลักกฎหมาย
การพิจารณาว่าถ้อยคำหรือข้อความใดจะเป็นการใส่ความผู้อื่นจนทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจในถ้อยคำหรือข้อความนั้นของวิญญูชนทั่ว ๆ ไปเป็นเกณฑ์ว่าเป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 หรือไม่ ข้อความที่จำเลยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เป็นข้อความทั่ว ๆ ไป ที่วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุมตามสิทธิที่จะทำได้ในระบอบประชาธิปไตยว่าไม่เหมาะไม่ควรเท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดที่เป็นการกล่าวร้ายใส่ความแม้จะมีคำว่า คนโรคจิตหรือบ้าอำนาจอยู่ด้วยก็เป็นถ้อยคำที่จำเลยกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรกระทำการใด ๆ รุนแรงต่อประชาชนผู้มาชุมนุมเท่านั้น มิได้กล่าวหาถึงขั้นว่าประพฤติชั่วกระทำการขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง นอกจากนี้ถ้อยคำดังกล่าวมิได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ใดถึงแม้จะระบุถึงกองปราบปรามอยู่ด้วย ก็เป็นกล่าวโดยรวม มิได้ระบุตัวเจ้าพนักงานตำรวจในกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หรือตำรวจหน่วยใดในกองปราบปรามที่ระบุได้แน่นอน ดังนั้นเจ้าพนักงานตำรวจที่สังกัดกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหายได้ โจทก์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ถึงแม้จะทำหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามก็ไม่เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือพิมพ์ข่าวสดทั่วราชอาณาจักร มีจำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา จำเลยที่ 3 เป็นผู้ประพันธ์ข้อความในคอลัมน์ที่มีชื่อว่า "ชกไม่มีมุม"โดยใช้นามปากกาว่า "วงค์ ตาวัน" เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2542 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเขียนและตีพิมพ์โฆษณาข้อความแสดงความคิดเห็น ติชมโจทก์ด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่สุจริต ใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ต่อผู้อ่านหนังสือพิมพ์รายวัน "ข่าวสด" ด้วยการตีพิมพ์ลงโฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์"ข่าวสด" ฉบับวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2542 ในคอลัมน์ที่มีชื่อว่า "ชกไม่มีมุม" โดยใช้นามปากกาว่า "วงค์ ตาวัน" มีข้อความว่า "ข้อสำคัญต้องตระหนักว่าเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการในยุคประชาธิปไตย" "ไม่งั้นบรรดาม็อบอาจโดนแจ้งจับกันในเรื่องเผาหุ่น-เผาโลงกันวุ่นแน่ เหมือนกับที่โดนมาแล้ว ถือเป็นรายแรกของโลกเลยก็ว่าได้" "บิล คลินตันผู้นำมหาอำนาจโลกโดนเผาเป็นประจำ ถ้าใจเล็กเป็นอวัยวะมด ก็คงแจ้งจับกันไปแล้วทั่วโลก" "โลกทุกวันนี้พัฒนาไปมาก ทั่วทุกวงการต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างอย่าปิดกั้นโลกทัศน์ตัวเองจนมืดทึบ แคบสั้น" "ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถ้าใจไม่เป็นผู้ใหญ่ เอะอะจะใช้แต่อำนาจจัดการกับคนที่บังอาจมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็คนโรคจิต บ้าอำนาจดี ๆ นี่เอง" "มีคนสงสัยกันไม่น้อยว่ากองปราบฯ ยุคที่ผ่านมากลายเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้ใคร เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่เห็นทำ ดีแต่ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัว..." "... กองกำกับฯ นี้จะเป็นหน่วยงานที่คอยดำเนินคดีกับแกนนำม็อบนักประชาธิปไตย" "กระทั่งมีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องโดนดำเนินคดีมากมายที่สุด" "ความจริงก็ไม่ได้ลับ ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก ก็แค่พวกโรคจิตเท่านั้นแหละ" คำว่า"โรคจิต" หมายความว่า ผู้ที่มีจิตใจไม่ปกติ จิตฟั่นเฟือนวิปลาส พิกลพิการทางจิต ไม่สมประกอบมีความบกพร่องทางจิตใจ มีอาการพิการทางสมอง และขาดสติสัมปชัญญะเป็นบุคคลที่มีจิตใจไม่เหมือนบุคคลปกติธรรมดาทั่วไป ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเยียวยาจากจิตแพทย์ คำว่า "บ้าอำนาจ" หมายความว่า เมื่อมีอำนาจแล้ว ลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจใช้อำนาจในทางที่ผิด หลงระเริงกับยศฐาบรรดาศักดิ์ ถ้าเป็นบุคคลก็คือบุคคลประเภทที่ปฏิบัติตัวอยู่เหนือบุคคลอื่น อยู่เหนือสังคม อยู่เหนือกฎหมายเปรียบตนดั่งผู้มีอำนาจล้นฟ้าเยี่ยงข้าราชการในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ทำตามอำเภอใจตนเองเท่านั้นไม่อาจมีใครมาแตะต้องหรือขัดใจได้ หากบุคคลใดบังอาจทำให้ขุ่นข้องหมองใจ จะต้องได้รับโทษตามอำนาจที่มิชอบด้วยกฎหมายของบุคคลผู้บ้าอำนาจนั้น แม้การกระทำนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม คำว่า "ใจเล็กเป็นอวัยวะมด" หมายความว่า เป็นคนที่ใจแคบขี้น้อยใจ ใจเล็กเป็นอวัยวะมด สมองเล็ก วิสัยทัศน์มุมมองในแง่ต่าง ๆ แคบอยู่ในเฉพาะโลกของตนเองเท่านั้น เปรียบแล้วเสมือนเช่นกบในกะลาไม่รู้ความเป็นไปของสังคม ไม่เปิดใจกว้างเพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน ในประเด็นแห่งความหมายของข้อความข้างต้น หมายถึง ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้มีอำนาจสั่งการ แต่จิตใจคับแคบไม่เป็นผู้ใหญ่ใช้อำนาจจัดการกับคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ตนเองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการผู้ใหญ่ท่านนั้นเป็นคนโรคจิต เป็นคนบ้าอำนาจ เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่ยอมทำ ดีแต่เป็นคนที่ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัวซึ่งข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จำเลยทั้งสามได้แสดงความคิดเห็นติชมนั้น หมายถึงโจทก์ ดังจะเห็นได้จากข้อความที่จำเลยทั้งสามได้ตีพิมพ์ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์"ข่าวสด" ฉบับวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2542 ในคอลัมน์ "ชกไม่มีมุม" ความว่า "มีคนสงสัยกันไม่น้อยกว่า กองปราบยุคที่ผ่านมา กลายเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้ใคร เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่เห็นทำ ดีแต่ใช้อำนาจใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัว..." นั้น ซึ่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางผู้มีหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามปัจจุบันนี้ คือพลตำรวจโทล้วน ปานรศทิพ และผู้บัญชาการสอบสวนกลางซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามยุคที่ผ่านมาคือ โจทก์ เพราะฉะนั้นการที่จำเลยทั้งสามกล่าวในคอลัมน์ดังกล่าว "...กองปราบปรามฯ ยุคที่ผ่านมา..." จึงหมายถึงตัวโจทก์ ในหนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวันฉบับประจำวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2542 ในคอลัมน์ "ชกไม่มีมุม" มีนามปากกาว่า "วงค์ตาวัน" ขึ้นหัวเรื่องว่า "ยุคใครยุคมัน" ความว่า "การรื้อฟื้นคดีหนนี้มีพล.ต.ท.เสรี เตมียเวสผบช.ก.เป็นผู้ลงมือเสียเองด้วย โดยได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูรรอง อ.ตร.ฝ่ายสอบสวน" "เห็นชื่อสนอง-เสรีแล้ว พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค คงร้องไอ๊หยาพร้อมกับเห็นหน้า พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ขึ้นมาทันที" "ทุกว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง