คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 3198/2534
หลักกฎหมาย
คำว่า มีอาวุธปืนตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ มาตรา 4(6) หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง คำว่า ครอบครองมีความหมายตามกฎหมายทั่วไป ดังนั้น การตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในรถยนต์และบ้านของจำเลยไม่ได้หมายความว่า จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ได้ความว่า จำเลยได้ให้ น. เพื่อนของจำเลยอยู่อาศัยและจำเลยมอบรถยนต์คันดังกล่าวไว้ให้รับส่งบุตรของจำเลย น.มีอาชีพรับซ่อมอาวุธปืน ดังนั้นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางจึงอาจจะเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ น. รับไว้เพื่อซ่อมก็เป็นได้ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง.
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 227พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 8 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 มาตรา 3 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2491) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490ข้อ 1 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ข้อ 2, 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4 และริบอาวุธปืนรีวอลเวอร์ชนิดประกอบขึ้นเองขนาด .22จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุนปืนไรเพิล ขนาด 7.62 มม. จำนวน 145 ลูกอาวุธปืนเล็กกล แบบ เอ็ม 16 ขนาด .223 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเล็กกล แบบ เอ็ม 16 ขนาด .223 จำนวน 3 อัน และกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 จำนวน 50 นัด กระสุนปืนเล็กกล ขนาด 7.62 มม. (นาโต้)จำนวน 160 นัด ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้ริบอาวุธปืนพกขนาด .22 จำนวน1 กระบอก ลูกกระสุนปืนไรเฟิล ขนาด 7.62 มม. จำนวน 145 ลูก อาวุธปืนเล็กกล แบบ เอ็ม 16 ขนาด .223 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืนเล็กกลแบบเอ็ม 16 จำนวน 3 อัน กระสุนปืนเล็กกล ขนาด .223 จำนวน 50 นัดกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. (นาโต้) จำนวน 160 นัด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 วรรคหนึ่งวรรคสาม 72 ทวิ วรรคสอง 78 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ตามมาตรา55, 78 วรรคหนึ่ง จำคุก 5 ปี และฐานพาอาวุธปืน ตามมาตรา 8 ทวิวรรคหนึ่ง 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปีส่วนของกลางคงให้ริบ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2527 เวลาประมาณ 11 ถึง 12 นาฬิกาเจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นพบอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .22 เป็นอาวุธปืนทำเองภายในประเทศ ไม่มีหมายเลขทะเบียนพร้อมกระสุนปืนจำนวน5 นัด บรรจุอยู่ในรังเพลิงวางอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4ง-2722 กรุงเทพมหานคร ของจำเลยตามรายการที่ 5ของเอกสารหมาย จ.1 และตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอกอาวุธปืนยาวอัดลม 2 กระบอก อาวุธปืนยาวลูกซอง 1 กระบอก อาวุธปืนยาววินเชสเตอร์ 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนหลายร้อยนัดตามรายการที่ 6ถึง 12 และรายการที่ 18 ถึง 26 ของเอกสารหมาย จ.1 ภายในบ้านจำเลยนางสาวจินตนา แก้วกาญจน์ เป็นภรรยาจำเลย คดีมีปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทไพจิตร อ่องศรี สิบตำรวจโทประพัฒน์ สุขุมะ สิบตำรวจโทสุรชิต คงปัญญา และสิบตำรวจโทวันชัยผาพิมพ์ เป็นพยาน แต่พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน โดยพันตำรวจโทไพจิตร สิบตำรวจโทประพัฒน์ และสิบตำรวจโทวันชัยเบิกความว่า ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของจำเลย แต่สิบตำรวจโทสุรชิตเบิกความว่าได้สอบถามจำเลยในเบื้องต้นจำเลยบอกว่าไม่ใช่อาวุธปืนของจำเลยหาได้รับสารภาพตลอดข้อหาดังที่พันตำรวจโทไพจิตรกับพวกเบิกความไม่ นอกจากนี้ นายกฤษณา จันดี พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2527 ได้นำอาวุธปืนไปให้เพื่อนของจำเลยซึ่งอยู่ที่บ้านจำเลยที่หมู่บ้านเมืองทองนิเวศน์ 1ซ่อม และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าเพื่อนของจำเลยที่รับซ่อมอาวุธปืนได้ยินจำเลยเรียกชื่อว่าน้อย นายเจตน์ เสือวรรณศรี พยานโจทก์เบิกความว่าเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2527 ได้มอบอาวุธปืนให้จำเลยนำไปให้เพื่อนของจำเลยซ่อมที่บ้านของจำเลยและเมื่อจำเลยถูกจับกุมพยานได้นำทะเบียนอาวุธปืนไปแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขออาวุธปืนคืน แต่เจ้าพนักงานตำรวจบอกว่าต้องยึดไว้เป็นหลักฐานก่อนนายเถกิงศักดิ์ สุวรรณทัต พยานโจทก์ซึ่งมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เคยเห็นนายเล็กซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านของจำเลยขับรถยนต์ของจำเลยรับส่งบ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง