ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2518

ฎีกาที่ 320/2518

หลักกฎหมาย

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเช็คโกสโลวาเกียมี ฟ. เป็นกรรมการผู้จัดการมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ ฟ. ได้มอบอำนาจให้อ. ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ ซึ่งหนังสือมอบอำนาจได้มีการรับรองความถูกต้องและแท้จริงกันมาเป็นทอดๆ โดยมีโนตารีแห่งรัฐรับรองการมอบอำนาจของ ฟ. และกระทรวงยุติธรรมแห่งกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของโนตารีแห่งรัฐกระทรวงการต่างประเทศของเช็คโกสโลวาเกียรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงยุติธรรมและสถานเอกอัครราชทูตแห่งสหรัฐอเมริกาประจำกรุงปร้ากรับรองลายมือชื่อและตราราชการของกระทรวงการต่างประเทศของเช็คโกสโลวาเกีย ดังนี้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงมีผลใช้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 ไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยว่าจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง อ. ผู้รับมอบอำนาจจึงฟ้องคดีแทนโจทก์ได้ เครื่องยนต์ยี่ห้อ SLAVIA(สะลาเวีย) ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ในรายการสินค้าจำพวก 6 และจำพวก 7 นั้นเดิมผู้ผลิตในประเทศเช็คโกสโลวาเกียได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศเช็คโกสโลวาเกียตั้งแต่พ.ศ.2465 ใน พ.ศ.2491 ผู้ผลิตได้โอนเครื่องหมายการค้านี้ให้แก่บริษัทสะลาเวีย มอเตอร์เวอร์คต่อมาพ.ศ.2501บริษัทสะลาเวียฯ ได้โอนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์อีกทอดหนึ่ง เครื่องหมายการค้านี้ได้มีการต่ออายุมาทุกสิบปี ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศเช็คโกสโลวาเกียและในประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศ และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสากลด้วย เครื่องยนต์ยี่ห้อ SLAVIA(สะลาเวีย) ได้มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2478 และโจทก์ได้ตั้งให้จำเลยเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องยนต์สะลาเวียของโจทก์ ต่อมาจำเลยเอาเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนนานแล้วไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นของตนเองดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทดีกว่าจำเลย โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายพิพาทไว้ในประเทศไทย จึงยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแม้จำเลยนำเอาเครื่องหมายการค้ารายพิพาทมาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าของตนอันเป็นการขัดต่อประโยชน์ในทางการค้าของโจทก์ ก็ยังไม่ถึงกับเป็นเรื่องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่โจทก์ก็อาจใช้สิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 41พระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติเรื่องอายุความเพื่อการนี้ไว้ จึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปอันว่าด้วยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มาใช้บังคับโดยอนุโลมซึ่งให้เริ่มนับตั้งแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 เมื่อสิทธิของโจทก์เป็นสิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนทะเบียนตราบใดที่ยังไม่มีทะเบียน โจทก์ก็ไม่อาจจะใช้สิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนได้ อายุความในกรณีนี้จึงต้องเริ่มนับแต่เมื่อเครื่องหมายการค้าของจำเลยมีผลสมบูรณ์เป็นทะเบียน คือนับแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป ดังนั้นเมื่อโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศเช็คโกสโลวาเกียมีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า และส่วนต่าง ๆ ของสินค้าดังกล่าว ส่งออกไปทั่วโลก ในประเทศไทยโจทก์ได้แต่งตั้งให้นางสาวอีนา เยอร์เกนเซ่น เป็นตัวแทนในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตลอดจนมีอำนาจยื่นฟ้องและดำเนินคดีทางศาลเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ สินค้าจำพวกเครื่องจักร เครื่องยนต์ และส่วนต่าง ๆ นี้เดิมบริษัทสะลาเวีย มอเตอร์ นารอดนี พอดนิค (บริษัทสะลาเวียมอเตอร์ บรรษัทแห่งชาติ) เป็นผู้ผลิตและส่งไปจำหน่ายเป็นที่รู้จักนิยมแพร่หลายทั่วโลก ในประเทศไทยก็ได้ส่งสินค้าเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายเป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ใช้กับสินค้าดังกล่าวไว้ในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยบริษัทสะลาเวียมอเตอร์ก็เคยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ต่อกองเครื่องหมายการค้า ในสินค้าจำพวก 6 ตามคำขอเลขที่ 26972 ลงวันที่23 พฤษภาคม 2499 และต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2505 ก็ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างเดียวกันนี้ในสินค้าจำพวก 7 อีกจำพวกหนึ่ง ปรากฏตามคำขอเลขที่ 44581 นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศเช็คโกสโลวาเกียและประเทศอื่น ๆ แทบทั่วโลก ในปี 2501 บริษัทสะลาเวียมอเตอร์ได้โอนกิจการผลิตสินค้าดังกล่าวตลอดจนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ให้โจทก์ โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้านี้กับสินค้าของโจทก์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยตลอดมาจนทุกวันนี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2506 โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "SLAVIA" (สะลาเวีย) นี้ต่อกองเครื่องหมายการค้าในสินค้าจำพวก6 และ 7 ตามคำขอเลขที่ 47194 และ 47195 ความจึงปรากฏแก่โจทก์ว่าในเดือนธันวาคม 2495 จำเลยนี้ในฐานะส่วนตัวได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งมีคำว่า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ประกอบอยู่ด้วยต่อกองเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าจำพวก 6 รวมอยู่ด้วย 2 คำขอ คือคำขอเลขที่ 19652 และ 19690 และในเดือนเดียวกันนั้นจำเลยก็ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างเดียวกันกับที่ได้ยื่นไว้แล้วในสินค้าจำพวก 7 คือตามคำขอเลขที่ 19654 และ 19691 และนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยในปี 2497 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงไม่อาจพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นคำขอจดให้ได้ เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสี่คำขอซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้แล้วในปี 2497 เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั่นเอง จำเลยใช้สิทธิไม่สุจริตนำไปขอจดทะเบียนไว้ในนามของจำเลยเอง เพราะในเวลาที่จำเลยขอจดทะเบียนนั้น จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องได้เสียอยู่กับร้านค้าซึ่งเป็นผู้สั่งสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าในขณะนั้นเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยถอนคำขอของจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยินยอม จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 19652 และ 19690 ในสินค้าจำพวก 6 และตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 19654 และ 19691 จำพวก 7 ดีกว่าจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้ง 4 คำขอนั้น จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้คิดประดิษฐ์สินค้าเครื่องยนต์ เครื่องอะไหล่ ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสินค้าดังกล่าวออกจำหน่าย โดยจำเลยให้เครื่องหมายถึงภาพอันคิดประดิษฐ์นั้นใช้เป็นเครื่องหมายสำหรับสินค้าดังกล่าวว่า "SLAVIA" (สะลาเวีย) ผลิตออกจำหน่ายใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2482 และต่อ ๆ มาจนถึงปี 2495 จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าจำพวก 6 ทั้งจำพวก จำพวก7 ทั้งจำพวก จำเลยจึงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่ผู้เดียว เพื่อใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าทั้งหมดในจำพวกที่ได้จดทะเบียนไว้ และได้ใช้ตลอดมาจนทุกวันนี้ โจทก์ไม่ได้เคยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้อง ทั้งไม่เคยบอกกล่าวติดต่อกับจำเลยให้กระทำการตามที่กล่าวในฟ้อง จำเลยตัดฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายฐานะโจทก์เป็นโรงงานเครื่องยนต์ เป็นบรรษัท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและโจทก์ไม่มีอำนาจทำหนังสือมอบอำนาจฉบับสำเนาท้ายฟ้อง เพราะนายแฟรนติ เช็คสเต็คร์ท ผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นวิศวกรของโรงงานเครื่องยนต์เช็คโกสโลวาเกียที่ปราฮา บรรษัทแห่งชาติ มิใช่บริษัท หนังสือมอบอำนาจฉบับสำเนาท้ายฟ้องทำในต่างประเทศ ควรให้กงศุลไทยรับรอง เมื่อไม่มีกงสุลไทยรับรองมาก็ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นบรรษัทแห่งชาติของประเทศเช็คโกสโลวาเกีย เป็นนิติบุคคล นายแฟรนติเช็ค สเต็คร์ท เป็นกรรมการบรรษัทโจทก์ มีอำนาจที่จ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2518 · ทนอย Thanoy