ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 3209/2559

หลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันทำรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกของโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่โครงการเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 อันเป็นเท็จ เพื่อดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร การจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่แห่งจึงเป็นโมฆะ ทำให้การจัดประชุมใหญ่ควบรวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่แห่งเข้าด้วยกันเป็นจำเลยที่ 4 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2549 ย่อมตกเป็นโมฆะไปด้วย ที่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องขอเพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกทั้งสองครั้งดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการฟ้องขอเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่บริษัทอันผิดระเบียบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 และมิใช่การประชุมใหญ่ตามความหมายของกฎกระทรวงว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้ง การบริหาร การควบ และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ.2545 ข้อ 15 โจทก์ทั้งสิบเอ็ดจึงไม่อยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 1195 และข้อบังคับของจำเลยที่ 4 ข้อ 55 ที่ต้องฟ้องขอให้เพิกถอนมติในการประชุมที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติแต่ละครั้งและก็มิใช่เป็นกรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นฝ่ายฟ้องคดีแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป ตามข้อบังคับของจำเลยที่ 4 ข้อ 5.4 ที่ต้องมีมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกโครงการหมู่บ้านจัดสรรอนุญาตให้ฟ้องคดี โจทก์ทั้งสิบเอ็ดจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสี่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดนำสืบว่า มีการปลอมลายมือชื่อสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรที่ลงมติในการประชุมดังกล่าวโดยไม่ชอบ และการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่ละโครงการ แต่กลับมีการจัดประชุมร่วมกันทั้งสี่โครงการ ไม่ได้มีการแยกประชุมสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรแต่ละโครงการตามกฎหมาย การประชุมใหญ่ดังกล่าวจึงไม่ชอบ ดังนี้ รายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 1 ถึง 4 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2548 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนเฉพาะรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 3 นั้น ไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 1, 2 และ4 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2548 ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 142 (5) และต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกหมู่บ้านจัดสรรเพื่อควบรวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 1 ถึง 4 เข้าด้วยกันเป็นจำเลยที่ 4 จึงไม่ชอบ จำเลยที่ 4 จึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ที่โจทก์มีคำขอท้ายคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. จำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ดำเนินการ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แทนนั้น ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. จำเลยที่ 4 ด้วย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. จำเลยที่ 4 ได้ คดีเดิมที่จำเลยที่ 4 ฟ้องโจทก์บางคนต่อศาลแขวงธนบุรีนั้น เป็นการฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระ แต่คดีนี้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 1 ถึง 4 และรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อควบรวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ช. 1 ถึง 4 เป็นจำเลยที่ 4 ประเด็นข้อพิพาทในคดีเดิมกับคดีนี้จึงต่างกัน ฟ้องโจทก์ทั้งสิบเอ็ดคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีเดิมดังกล่าว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ (บางแวก) จำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ดำเนินการ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เพื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ (บางแวก) จำเลยที่ 4 และหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 1 ถึง 4 (บางแวก) กับขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 1 ถึง 4 (บางแวก) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2548 และรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกครั้งแรกหลังจดทะเบียนนิติบุคคลในวันที่ 8 มกราคม 2549 ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 1 ถึง 4 (บางแวก) และห้ามจำเลยทั้งสี่ตลอดจนบุคคลทั่วไปใช้หรือนำมาอ้างอิงใดๆ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเพียงผู้ดำเนินการประชุมเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 เท่านั้น โจทก์ทั้งสิบเอ็ดจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เคยอ้างตนเป็นกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ (บางแวก) การประชุมเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2549 มีมติให้ควบรวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 1 ถึง 4 (บางแวก) เป็นไปตามมติของสมาชิกในหมู่บ้านและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 3 (บางแวก) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2548 และรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกครั้งแรกหลังจดทะเบียนนิติบุคคลในวันที่ 8 มกราคม 2549 ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ 1 ถึง 4 (บางแวก) ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับโจทก์และจำเลยที่ 4 ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสิบเอ็ด จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่เป็นข้อแรกว่า โจทก์ทั้งสิบเอ็ดมีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์ทั้งสิบเอ็ดนำสืบว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตัวแทนของบริษัทควอลิตี้ พรอพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ประกอบอาชีพรับจ้างบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 จัดประชุมสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ (บางแวก) ทั้งสี่โครงการ ตามใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน โดยมิได้แยกแต่ละหมู่บ้านจัดสรรตามโครงการการขออนุญาตจัดสรรตามกฎหมายเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และจำเลยทั้งสามได้ส่งหนังสือเชิญประชุมไปยังสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรไม่ครบถ้วนตามจำนวนรายชื่อสมาชิกทำให้ในวันนัดประชุมสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรมีผู้เข้าร่วมประชุมลงมติจำนวนน้อย ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ จึงไม่อาจลงมติให้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ ซึ่งในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องมีการแยกจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นจำนวน 4 โครงการ ไม่อาจจดทะเบียนรวมได้ มีผลให้ในการประชุมไม่อาจจัดประชุมได้และผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพราะต้องการรอให้ทางโครงการหมู่บ้านจัดสรรดำเนินการซ่อมแซมและจัดการระบบสาธารณูปโภคโครงการให้เรียบร้อยก่อน จึงยุติการประชุมโดยไม่มีการลงมติ ต่อมาภายหลังโจทก์ทั้งสิบเอ็ดทราบว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ร่วมกันทำรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกของโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่โครงการว่าสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่โครงการแต่ละโครงการมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และต่อมาจำเลยที่ 3 ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปดำเนินการจดทะเบียนควบรวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่แห่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจำเลยที่ 4 หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้แสวงหาผลประโยชน์โดยกำหนดเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่โครงการโดยมิได้รับความเห็นชอบจากผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในหมู่บ้านจัดสรร โจทก์ทั้งสิบเอ็ดได้โต้แย้งคัดค้านว่าการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวเป็นโมฆะ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงทำให้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดได้รับความเสียหาย เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ทั้งสิบเอ็ดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสิบเอ็ดแล้ว และคดีนี้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันทำรายงานการประชุมใหญ่สมาชิกของโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั้งสี่โครงการเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 อันเป็นเท็จเพ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3209/2559 · ทนอย Thanoy