ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 3211/2552

หลักกฎหมาย

โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่งเป็นเช็ค แต่ผู้รับตราส่งไม่สามารถนำเช็คไปเรียกเก็บเงินได้จึงจัดส่งคืนโจทก์ จากนั้นผู้รับตราส่งตกลงให้ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับค่าสินไหมทดแทนผู้รับตราส่ง และโจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นตัวแทนของผู้รับตราส่งแล้ว เท่ากับโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่งแล้ว โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิจากผู้รับตราส่งซึ่งมีต่อผู้ขนส่ง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 บัญญัตินิยามคำว่า "ภาชนะขนส่ง" หมายความว่า ตู้สินค้า ไม้รองสินค้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันซึ่งใช้บรรจุหรือรองรับของ หรือใช้รวมหน่วยการขนส่งของหลายหน่วยเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการขนส่งทางทะเล และ "หน่วยการขนส่ง" หมายความว่า หน่วยแห่งของที่ขนส่งทางทะเลซึ่งนับเป็นหนึ่ง และแต่ละหน่วยอาจทำการขนส่งไปตามลำพังได้ เช่น กระสอบ ชิ้น ถัง ตู้ ม้วน ลัง ลูก ห่อ หีบ อัน หรือหน่วยที่เรียกชื่ออย่างอื่นเมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าการขนส่งสินค้าครั้งนี้ สินค้ามี 880 ชุด บรรจุอยู่ในลังหรือกล่องกระดาษรวม 22 ลัง และวางบนไม้รองสินค้า 2 ไม้รองสินค้าดังนี้ แม้สินค้ามี 880 ชุด แต่ชุดของสินค้าดังกล่าวไม่ใช่หน่วยการขนส่งตามคำนิยามข้างต้น ส่วนไม้รองสินค้าตามคำนิยามก็เป็นเพียงภาชนะขนส่ง เมื่อสินค้าที่ขนส่งมี 22 ลัง แต่ละลังที่บรรจุสินค้าอาจทำการขนส่งไปตามลำพังได้ จึงถือว่าแต่ละลังที่บรรจุสินค้าเป็นหนึ่งหน่วยการขนส่ง เมื่อสินค้าทั้งหมดมี 22 ลัง ใน 1 ลังบรรจุสินค้ารวม 40 ชุด แต่สินค้าได้รับความเสียหายรวม 660 ชุด เท่ากับ 17 ลัง หรือ 17 หน่วยการขนส่ง ดังนี้ จำเลยและจำเลยร่วมจึงต้องรับผิดเป็นเงิน 170,000 บาท และเมื่อโจทก์เข้ารับช่วงสิทธิของผู้รับตราส่งซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ และผู้รับตราส่งมีสิทธิเท่ากับผู้ส่ง เมื่อผู้ขนส่งมีสิทธินำการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตาม มาตรา 58 มาใช้บังคับได้ ผู้ขนส่งจึงยกการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งดังกล่าวมาใช้อ้างต่อโจทก์ได้ด้วย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 830,378.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น 793,528.28 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทแอโร-มารีน ทรานสเวิลด์ จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต จำเลยร่วมให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 529,018.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 21 พฤษภาคม 2547) จนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ 25,000 บาท จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงที่โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่าบริษัททาคาคอม (ประเทศไทย) จำกัด ได้ขายสินค้าจำพวกรีโมทคอนโทรล จำนวน 880 ชุด ให้แก่บริษัทอูเอดะ เจแปน เรดิโอ จำกัด ผู้ซื้อที่ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 3,275,360 เยน ตามสำเนาใบกำกับสินค้า โดยผู้ขายได้ทำสัญญาประกันภัยสินค้าในระหว่างการขนส่งไว้กับโจทก์ในทุนประกันภัย 1,297,042 บาท ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยทางทะเล ผู้ขายได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปส่งให้ผู้ซื้อเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เงื่อนไขการขนส่งแบบซีเอฟเอส/ซีเอฟเอส ตามสำเนาใบตราส่งแล้วจำเลยได้มอบหมายให้จำเลยร่วมทำการขนส่งสินค้านั้นตามใบตราส่งจำเลยร่วมได้รับมอบสินค้าในสภาพเรียบร้อย ต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 เรือขนส่งสินค้าถึงเมืองโตเกียว จำเลยได้เปิดตู้คอนเทนเนอร์แล้วนำสินค้าไปเก็บในคลังสินค้า วันที่ 29 เดือนเดียวกันผู้รับตราส่งไปขอรับสินค้าตามสำเนาใบส่งปล่อยสินค้า ปรากฏว่ากล่องบรรจุสินค้าฉีกขาดและมีรอยแตก ต่อมาได้สำรวจตรวจสอบปรากฏว่าสินค้าได้รับความเสียหาย ผู้รับตราส่งจึงเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมประการแรกมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยและจำเลยร่วมอ้างว่าโจทก์ไม่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่งซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์ย่อมไม่ได้เข้ารับช่วงสิทธิของผู้รับตราส่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ในข้อนี้โจทก์มีนางสาวนภาภรณ์ เจ้าหน้าที่สินไหมทดแทนของโจทก์เป็นพยานยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นและเบิกความประกอบว่าผู้รับตราส่งในฐานะผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้เรียกร้องมายังโจทก์ให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่ง ต่อมาโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 793,529.28 บาท ให้แล้วโดยจ่ายให้ผู้เอาประกันภัยแทนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ตามใบรับค่าสินไหมทดแทนและใบรับช่วงสิทธิ เหตุที่จ่ายให้ผู้เอาประกันภัยแทนเนื่องจากผู้รับตราส่งไม่สามารถนำเช็คที่โจทก์จ่ายให้ไปเรียกเก็บเงินได้ จึงจัดส่งเช็คกลับคืนมายังโจทก์ตามหลักฐานการคืนเงินของธนาคารและใบเสร็จรับเงิน ยังได้ความตามคำเบิกความของนางสาวนภาภรณ์ตอบทนายโจทก์ถามติงว่า ได้มีการตกลงระหว่างโจทก์กับผู้รับตราส่งว่าให้โจทก์จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย โดยผู้รับตราส่งยินยอมให้ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับค่าสินไหมทดแทน และโจทก์ยังมีนายสุรสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายรับประกันภัยของโจทก์เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า โจทก์พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ซื้อสินค้าโดยสั่งจ่ายเป็นเช็คส่งผ่านให้ตัวแทนโจทก์ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ยังจ่ายให้ผู้ซื้อสินค้าไม่ได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินจึงส่งดราฟต์คืนมาให้โจทก์ ผู้ซื้อสินค้าจึงแจ้งให้โจทก์ให้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขาย เมื่อผู้ขายรับเงินแล้วจึงได้ทำเอกสารใบรับค่าสินไหมทดแทนและใบรับช่วงสิทธิ และโจทก์ทราบว่าผู้ขายได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ซื้อหรือผู้รับตราส่งที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว รายละเอียดตามสำเนาโทรสารซึ่งผู้รับตราส่งแจ้งเรียกเก็บเงินมา ในข้อนี้จำเลยและจำเลยร่วมมีแต่นายปฐมพล เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของจำเลยให้ถ้อยคำเพียงว่าไม่ปรากฏหลักฐานพอเชื่อได้ว่าโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่งหรือผู้รับตราส่งมอบหมายให้ใครรับแทนเท่านั้น เห็นว่า โจทก์มีพยาน 2 ปาก ให้ถ้อยคำและเบิกความยืนยันประกอบเอกสารดังกล่าวมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับตราส่งโดยจ่ายเป็นเช็ค แต่ผู้รับตราส่งไม่สามารถนำเช็คไปเรียกเก็บเงินได้จึงจัดส่งคืนโจทก์ จากนั้นผู้รับตราส่งตกลงให้ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับค่าสินไหมทดแทนแทนผู้รับตราส่งและโจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นตัวแทนของผู้รับตราส่งแล้ว เช่นนี้ เท่ากั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2552 · ทนอย Thanoy