คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 3257/2537
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพระภิกษุร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3เข้าไปในห้องเกิดเหตุ แล้วจำเลยที่ 2 จากไปด้วยอาการรีบร้อนเป็นพฤติการณ์ที่เปิดโอกาสให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ลงมือทำร้ายและลักทรัพย์ของผู้เสียหาย และอาวุธปืนที่ยึดได้จากจำเลยที่ 1 ก็เป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่จำเลยที่ 2 นำไปฝากไว้แก่พยานโจทก์ และจำเลยที่ 2 ไปขอคืนมาในตอนเช้าวันเกิดเหตุ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แต่การกระทำของจำเลยที่ 2 ยังไม่ถึงขั้นเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 โดยแบ่งหน้าที่กันทำ แต่เป็นเพียงผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำผิดเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 เป็นผู้พาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ไปชี้ห้องที่เกิดเหตุเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 4 เป็นเพียงผู้สนับสนุน มิใช่ตัวการร่วมกระทำผิด แม้จำเลยที่ 4 มิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยที่ 4 ให้ถูกต้องได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 83ป.อ. 86ป.อ. 371ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83, 91, 92, 340, 340 ตรี, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์พระพุทธรูปที่แตกหักเป็นเงิน 20,000บาท แก่ผู้เสียหาย ริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และรถยนต์ของกลางและเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ให้การรับสารภาพและไม่สืบพยานและจำเลยที่ 1 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 340 วรรคสอง, 340 ตรีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิวรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง (ที่ถูกน่าจะเป็น 72 วรรคสาม) จำเลยที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 340 วรรคสอง จำเลยที่ 2ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสอง (ที่ถูกน่าจะเป็น 72 วรรคสาม), 72 ทวิ วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำคุกจำเลยที่ 1 ข้อหาฐานปล้นทรัพย์22 ปี 6 เดือน ข้อหาฐานมีอาวุธปืน 1 ปี ข้อหาฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 จำคุก1 ปี รวมจำคุก 24 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 เป็นจำคุก 32 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุลดโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ข้อหาปล้นทรัพย์ 15 ปี ข้อหาฐานมีอาวุธปืน 1 ปีข้อหาฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษบทหนัก ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 จำคุก 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 17 ปีจำคุกจำเลยที่ 3 ข้อหาปล้นทรัพย์ 22 ปี 6 เดือน ข้อหาฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 จำคุก1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 23 ปี 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด11 ปี 9 เดือน จำคุกจำเลยที่ 4 ข้อหาปล้นทรัพย์ 15 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือนให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ราคาทรัพย์ 20,000 บาทแก่ผู้เสียหาย และคืนอาวุธปืนและรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้เข้าไปในห้องที่เกิดเหตุลักเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ราคา 5,000 บาทพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนหน้าตัก 8 นิ้ว 1 องค์ ราคา 20,000 บาทพระพุทธรูปแก้วสีน้ำตาลหน้าตัก 8 นิ้ว 1 องค์ ราคา 20,000 บาท ของผู้เสียหายไป โดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยที่ 1 ได้ใช้อาวุธปืนต่อสู้ระหว่างหลบหนีการจับกุม ทรัพย์สองรายการแรกผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว ส่วนพระพุทธรูปแก้วสีน้ำตาลจำเลยที่ 1ทำตกแตกในบริเวณที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ได้ร่วมกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์เห็นได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 ร่วมทางกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไปยังห้องพักที่เกิดเหตุในวันที่ 6 กุมภาพันธ์2534 และได้พูดกับนางชีฟองเพียงว่า มาจากวัดบ่อไร่ จังหวัดตราดจะมาซื้อของไปทอดผ้าป่า หากกลับวัดบ่อไร่ไม่ทันจะขอพักค้างคืนที่นั่น ซึ่งดูไม่เป็นสาระประการใด พฤติการณ์ส่อว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 พากันไปดูลู่ทางเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าและในวันถัดไปคือวันเกิดเหตุ จำเลยทั้งสามดังกล่าวได้ไปยังห้องพักดังกล่าวอีก ทั้งที่ไม่ปรากฏว่ามีธุระจำเป็นใดที่จะต้องไปยังสถานที่ดังกล่าวอีก การที่จำเลยที่ 2 ไปเพียงเข้าห้องน้ำแล้วจากไปด้วยอาการรีบร้อน เป็นพฤติการณ์ที่เปิดโอกาสให้จำเลยที่ 1 และที่ 3ลงมือทำร้ายผู้เสียหายและลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป และอาวุธปืนที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากจำเลยที่ 1 ในขณะจับกุมก็เป็นอาวุธปืนพกลูกซองมีทะเบียน นว.6/14802 ซึ่งมีกระสุนปืนบรรจุอยู่3 นัด ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่จำเลยที่ 2นำไปฝากสิบตำรวจตรีสุวัฒน์ชัยไว้ และไปขอคืนมาใน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง