คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 3268/2534
หลักกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524มาตรา 56,57 ผู้ที่จะมีสิทธิร้องขอต่อ คชก.ตำบล วินิจฉัยเกี่ยวกับ ที่ดินที่เช่า และอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลต่อ คชก.จังหวัด เมื่อ ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ นั้น จะ ต้องเป็นกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า แต่ ขณะ ที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับโจทก์ มิใช่ผู้เช่า นา พิพาท จาก จำเลยจึงมิใช่ผู้เช่าตามพระราชบัญญัตินี้ โจทก์จึง ไม่มี สิทธิ ร้องขอ ต่อ คชก.ตำบล วินิจฉัยหรืออุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัด ต่อ ศาล โจทก์ จึงไม่อาจนำปัญหาในฐานะผู้เช่านาเดิม และการเช่าระงับไปแล้วนั้นมาอาศัยสิทธิดังกล่าวได้.
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 5พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 56พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 57
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรปราการ (คชก.จังหวัด) ว่า โจทก์ขายฝากที่นาพิพาทเนื้อที่ 23 ไร่ 3 งาน ให้แก่จำเลย เป็นเงิน 38,500 บาทมีกำหนด 3 ปี และดจทก์ได้เช่านาพิพาททำนาตลอดระยะเวลาไถ่คืนตามสัญญา โจทก์ไม่ได้ไถ่นาพิพาทตามเวลากำหนดในสัญญา และจำเลยแสดงเจตนาเสนอขายนาพิพาทเป็นหนังสือต่อโจทก์ซึ่งอยู่เฉพาะหน้ากัน ณ ที่ว่าการอำเภอบางพลี ในราคา 150,000 บาท และ โจทก์ได้แสดงความจำนงซื้อนาพิพาทเป็นการสนองรับคำเสนอของจำเลยต่อหน้าประธานกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอ ฉะนั้นนาพิพาทย่อมโอนเป็นของโจทก์ในวันเดียวกันนั้นเองตามความในมาตรา 41 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 และพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53 คู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันไว้ในเรื่องกำหนดวันชำระราคา และจำเลยมิได้บอกกล่าวทวงถามให้โจทก์ชำระหนี้ โจทก์จึงขอปฏิบัติการชำระหนี้ไปยังสำนักงานกลางช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน(สกช. หรือ ก.ส.ส. เดิม) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบางพลี (คชก.ตำบล)และคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรปราการ(คชก.จังหวัด) ตามลำดับ เพื่อพิจารณาไกล่เกลี่ยกำหนดวันชำระราคาและหรือมีคำสั่งให้โอนนาพิพาทกัน ตามความในมาตรา 3, 13(3), 53,56, 57, 58 และ 66 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 คชก. ตำบล และ คชก.จังหวัด ไม่พิจารณาไกล่เกลี่ยกำหนดวันชำระราคา และหรือมีคำสั่งให้โอนนาพิพาทกันทางทะเบียนตามอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524เป็นเหตุให้โจทก์ปฏิบัติการชำระหนี้มิได้ คำวินิจฉัยของ คชก.ทั้งสองย่อมขัดต่อบทกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้วข้างต้น โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลตามความในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 57, 58 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. 2477 มาตรา 221 ขอให้บังคับจำเลยรับชำระหนี้ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 178,716 บาท และดำเนินการโอนทางทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ในกรณีที่จำเลยไม่อาจดำเนินการโอนด้วยประการได ขอให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นเจตนาของจำเลยเพื่อโจทก์จัดดำเนิดการโอนด้วยตนเองได้กรณีที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ อันเป็นผลให้หนี้ระงับสิ้นไปให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนความเสียหายของโจทก์ เป็นเงินในอัตราไร่ละ 250,000 บาท เนื้อที่นาพิพาทจำนวน 23 ไร่ 3 งาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,937,500 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้แสดงความจำนงจะซื้อขายนากันต่อ คชก.ตำบลในเบื้องต้น จนคชก.ตำบล และคชก.จังหวัด ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่อวิธีการชำระเงินตามลำดับขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดต่อศาลได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า " ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ขณะที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มีผลใช้บังคับนั้นโจทก์มิใช่ผู้เช่านาที่พิพาทจำากจำเลย คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฏีกาของโจทก์เฉพาะในข้อที่ว่า โจทก์มีอำนาจยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั้งของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด(คชก.จังหวัด)สมุทรปราการตาคำร้องของโจทก์หรือไม่ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524มาตรา 56, 57 นั้น ผู้ที่จะมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล (คชก.ตำบล) วินิจฉัยเกี่ยวกับที่ดินเช่าและอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบล ต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด (คชก.จังหวัด) เมื่อไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าตามพระราชบัญญัตินี้ แต่กรณีของโจทก์ ในเมื่อข้อเท็จจริงยุติว่ามิใช่ผู้เช่านาจำเลยทำนาจึงมิใช่ผู้เช่าตามทีกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ดจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จำร้องขอต่อ คชก.ตำบลวินิจฉัยหรืออุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลต่อ คชก.จังหวัดและอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดต่อศาลได้ ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ส่วนการที่ดจทก์ได้มีข้อตกลงกับจำเลยไว้อย่างไรในขณะที่โจทก์เป็นผู้เช่าจากจำเลยอยู่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 นั้น ก็นเป็นกรณีที่ดจทก์จะฟ้องจำเลยได้ต่อไปตามสิทธิที่กล่าวอ้างว่ามีอยู่ไม่อาจนำปัญหาในฐานะผู้เช่านาเดิมและการเช่าระงับไปแล้วนั้นมาอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง