ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 3280/2561

หลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำรถยนต์ไปรับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดพะเยา โดยจำเลยที่ 2 เป็นคนขับ ส่วนจำเลยที่ 3 น้องชายของจำเลยที่ 1 นั่งโดยสารไปด้วย นับแต่รับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดพะเยาแล้วทั้งสองอยู่กับจำเลยที่ 1 ตลอดเวลาจนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 รู้อยู่ว่าจำเลยที่ 1 รับจ้างลำเลียงเมทแอมเฟตามีนไปส่งลูกค้าโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นผลประโยชน์ตอบแทนแล้วยังร่วมมือช่วยเหลือ การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลำเลียงเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งลูกค้าให้สำเร็จ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7, 8, 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91 ริบของกลาง บวกโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1636/2552 ของศาลจังหวัดเชียงรายเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2631/2550 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับโทษจำเลยที่ 4 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3033/2549 ของศาลจังหวัดสงขลา และนับโทษจำเลยที่ 9 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อย. 1444/2553 ของศาลชั้นต้น เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 9 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 46 ปี และปรับ 1,600,000 บาท ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 ตลอดชีวิต และปรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2,000,000 บาท เมื่อลงโทษจำเลยที่ 3 จำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ได้อีก คงเพิ่มเฉพาะโทษปรับกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 คงปรับ 3,000,000 บาท ปรับจำเลยที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 คนละ 1,000,000 บาท จำเลยที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ที่ถูก ไม่ต้องระบุวรรคหนึ่ง) การกระทำของจำเลยที่ 9 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 23 ปี และปรับ 800,000 บาท บวกโทษจำคุก 4 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1636/2552 ของศาลจังหวัดเชียงรายเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 23 ปี 4 เดือน และปรับ 800,000 บาท นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2631/2550 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับโทษจำเลยที่ 4 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3033/2549 ของศาลจังหวัดสงขลา ส่วนคดีที่ขอให้นับโทษจำเลยที่ 9 ต่อนั้น ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ หากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 5 คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 53 จำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1,333,333.33 บาท ปรับจำเลยที่ 8 เป็นเงิน 666,666.66 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 49 ปี 12 เดือน และปรับ 2,000,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 4 และที่ 8 คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 666,666.66 บาท จำคุกจำเลยที่ 8 มีกำหนด 22 ปี 2 เดือน 20 วัน และปรับ 444,444.44 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 6 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 9 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีดำ หมายเลขทะเบีย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2561 · ทนอย Thanoy