ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534

ฎีกาที่ 3298/2534

หลักกฎหมาย

โจทก์นำเข้ากระดาษสำหรับใช้ผลิตเป็นกระดาษต่อเนื่องเพื่อใช้พิมพ์ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ มิใช่บัตรคอมพิวเตอร์ ที่ใช้สำหรับป้อน ข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ กระดาษที่โจทก์นำเข้าจึงมิใช่ของเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบัตรคอมพิวเตอร์ อันจะได้รับการลดอัตราอากรศุลกากรจากร้อยละ 30 ของราคาเหลือร้อยละ 10ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก 4/2518 โจทก์สำแดงว่ากระดาษที่โจทก์นำเข้าได้ลดอัตราอากร โจทก์ได้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารแล้วรับสินค้าไป ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าสินค้าของโจทก์ไม่เข้าเกณฑ์ได้ลดอัตราอากรจึงแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระค่าภาษีอากรในส่วนที่ขาด เมื่อโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินโดยชอบโจทก์ไม่ชำระในกำหนด จึงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม และเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งต่อเดือนของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้น หนังสือแจ้งการประเมินมิได้ระบุยอดเงินค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล จึงเป็นการแจ้งการประเมินโดยมิชอบเท่ากับไม่มีการประเมิน จำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งเรียกค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากโจทก์.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้อง ขอให้พิพากษาว่าสินค้าของโจทก์ที่นำเข้าจัดอยู่ในพิกัด 48.010 อัตราร้อยละ 30 ของราคาสินค้า ได้ลดอัตราศุลกากรเหลือร้อยละ 10 ของราคาสินค้าตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก 4/2518 และให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์จำนวน 6 ฉบับมูลค่า 1,858,000 บาท จำเลยให้การทั้งสองจำนวนและฟ้องแย้งสำนวนแรกว่า กระดาษที่โจทก์นำเข้ามิใช่เป็นกระดาษเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบัตรคอมพิวเตอร์ตามหลักเกณฑ์ในประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.4/2518แต่จัดเป็นกระดาษที่ทำด้วยเครื่องจักรมีลักษณะเป็นม้วนชนิดอื่น ๆอยู่ในพิกัดอัตราอากรขาเข้า ประเภทที่ 48.01 ง. ต้องชำระอากรขาเข้าเต็มอัตราร้อยละ 30 ของราคาสินค้า ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับโจทก์รับผิดตามฟ้องแย้งชำระภาษีอากรและเงินเพิ่มรวมเป็นเงิน778,885.29 บาท แก่จำเลย และชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าร้อยละ1 ต่อเดือน ของเงินค่าอากรที่ต้องนำมาชำระ 318,201 บาท คิดเป็นเงินเดือนละ 3,182.01 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2532 ถึงวันที่โจทก์ชำระเงินค่าอากรขาเข้า จำนวน 318,201 บาท เสร็จสิ้นแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้าจัดอยู่ในพิกัด 48.01 ง. อัตราอากรร้อยละ 30 ของราคาสินค้า ลดอัตราอากรเหลือร้อยละ 10 ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.4/2518ให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารแหลมทองจำกัด 6 ฉบับแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าเมื่อระหว่างวันที่ 18 มกราคม 2523 ถึงวันที่ 1พฤษภาคม 2524 โจทก์ได้นำสินค้ากระดาษจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย รวม 6 เที่ยว โดยโจทก์สำแดงว่าเป็นสินค้าในพิกัดประเภทที่ 48.01 ง. อัตราอากรร้อยละ 30 ของราคาสินค้า เมื่อลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.4/2518 แล้วเหลืออัตราร้อยละ 10 จำเลยเห็นว่าสินค้าของโจทก์เป็นของที่อยู่ในพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 48.01 ง. แต่มิใช่ของเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบัตรคอมพิวเตอร์ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับลดอัตราอากรตามประกาศดังกล่าว จึงให้โจทก์เสียอากรเต็มจำนวน โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยและได้วางประกันโดยให้ ธนาคารแหลมทอง จำกัดค้ำประกันค่าภาษีอากรที่โจทก์จะรับผิดในวงเงินรวมทั้งหมด1,858,000 บาท แล้วจำเลยตรวจปล่อยให้โจทก์รับสินค้าทั้งหมดไปกระดาษที่โจทก์นำเข้ารวม 2,576 ม้วน แต่ละม้วนยาวประมาณ6,000 เมตร กว้าง 9-15.5 นิ้ว มีลักษณะอ่อน บาง และมีน้ำหนักน้อยกว่ากระดาษธรรมดา เพื่อนำเข้าโรงงานของโจทก์เจาะรูด้านริมทั้งสองข้าง ทำรอยปรุเป็นแผ่นในม้วนกระดาษต่อเนื่องกันไปการปรุเป็นแผ่นเพื่อสะดวกในการพับหรือฉีก แผ่นหนึ่งมีขนาดกว้าง3 นิ้วเศษ ถึง 11 นิ้วแล้วส่งจำหน่ายให้ลูกค้าซึ่งมีทั้งหน่วยราชการและเอกชน เพื่อใช้กับส่วนที่เป็นเครื่องพิมพ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในจอคอมพิวเตอร์ตามที่ผู้ใช้ข้อมูลต้องการ กระดาษต่อเนื่องที่โจทก์ผลิตขึ้นนี้ใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดเมนเฟรมและไมโครคอมพิวเตอร์ และข้อเท็จจริงยังฟังได้ต่อไปว่า ยังมีกระดาษอีกชนิดหนึ่งที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะเป็นกระดาษที่แข็ง หนา และมีน้ำหนักมากกว่ากระดาษต่อเนื่อง ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดตามเอกสารหมาย ล.14 วัดได้ 7 สามส่วนแปด x 3 สองส่วนแปด นิ้วมีเลขรหัสพิมพ์อยู่บนกระดาษ แล้วผู้ใช้นำเข้าเครื่องเจาะเจาะรูตามที่ผู้ใช้ข้อมูลต้องการ เป็นกระดาษที่ใช้ป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการสอดเข้าเครื่องอ่าน กระดาษชนิดนี้ใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ชนิดเมนเฟรมเท่านั้น จะใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ไม่ได้ กระดาษที่โจทก์นำเข้าไม่เหมาะที่จะใช้เป็นกระดาษชนิดป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะกระดาษบางเวลาเจาะรูทำให้ขาดง่าย ไม่เหมาะในการใช้กับเครื่องอ่านบัตร สำหรับของที่จะได้ลดอัตราอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.4/2518ได้กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศ ที่เกี่ยวกับคดีนี้ว่าจะต้องเป็นของเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบัตรคอมพิวเตอร์ จึงจะได้ลดอัตราอากรตามราคาจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 10 ปัญหาแรกที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า กระดาษที่โจทก์นำเข้าเป็นของที่จะได้ลดอัตราอากรศุลกากรหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าของที่นำเข้าโจทก์นำไปผลิตเป็นกระดาษต่อเนื่องเพื่อใช้พิมพ์ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัญหาจึงอยู่ตรงที่ว่ากระดาษต่อเนื่องนี้เป็นบัตรคอมพิวเตอร์หรือไม่... คดีฟังได้ว่ากระดาษที่โจทก์ผลิตขึ้น มิใช่บัตรคอมพิวเตอร์กระดาษที่โจทก์นำเข้าจึงมิใช่ของเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบัตรคอมพิวเตอร์ อันจะได้รับการลดอัตราอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.4/2518 ปัญหาต่อไป โจทก์ต้องรับผิดชำระเงินค่าอากรขาเข้าภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มตามกฎหมาย สำหรับสินค้าที่โ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3298/2534 · ทนอย Thanoy