คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 3299/2564
หลักกฎหมาย
ข้อเท็จจริงตามทางวินิจฉัยของศาลแขวงดุสิตปรากฏชัดแจ้งว่า กลุ่มจำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 เป็นเอกชน ได้ร่วมกับเจ้าพนักงานรัฐกระทำการอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 และมาตรา 157 แต่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 มิได้เป็นเจ้าพนักงาน จึงมีความผิดได้เพียงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าพนักงาน เพียงแต่กรมควบคุมมลพิษโจทก์ในคดีดังกล่าวเลือกแยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 เป็นคดีฉ้อโกงที่มีโทษต่ำกว่า ทั้งยังเป็นคดียอมความได้ เช่นนี้เมื่อการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) แม้โจทก์จะเลือกแยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 19 ที่เป็นเอกชนในฐานฉ้อโกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความผิดมูลฐานที่มีการกระทำเกิดขึ้น ก็หาเป็นเหตุเปลี่ยนแปลงการกระทำความผิดมูลฐานให้แปรเปลี่ยนไปไม่
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 151ป.อ. 157พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 3พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 51
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เงินฝากของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ธนาคาร ก. สาขาเดอะมอลล์บางแค บัญชีเลขที่ 238-4-38xxx-x จำนวนเงิน 72,638,946.29 บาท และของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ธนาคาร ก. สาขาสยามสแควร์ บัญชีเลขที่ 152-2-45xxx-x จำนวนเงิน 50,000,000 บาท พร้อมดอกผล ซึ่งเป็นเงินที่กิจการร่วมค้า อ. ได้รับมาจากกรมควบคุมมลพิษในโครงการออกแบบรวมก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ อันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 คำพิพากษาของศาลอาญา คดีหมายเลขแดงที่ อ.4197/2558 และคำพิพากษาของศาลแขวงดุสิต คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3501/2552 ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เงิน 72,638,946.29 บาท ของผู้คัดค้านที่ 1 และเงิน 50,000,000 บาท ของผู้คัดค้านที่ 2 ทั้งสองรายการพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง โดยให้ถือเอาบัญชีรายการทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 กรมควบคุมมลพิษสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ร. จำนวน 3,965,428,361 บาท ให้แก่กิจการร่วมค้า อ. ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2558 กิจการร่วมค้า อ. โอนเงินจำนวน 562,500,000 บาท เข้าบัญชีบริษัท ป. ที่ธนาคาร ก. สาขาเดอะมอลล์บางแค บัญชีเลขที่ 238-0-72xxx-x จากนั้นบริษัท ป. โอนเงินจำนวน 68,500,000 บาท เข้าบัญชีผู้คัดค้านที่ 1 ที่ธนาคาร ก. สาขาเดอะมอลล์บางแค บัญชีเลขที่ 238-4-38xxx-x กับโอนเงินจำนวน 423,700,000 บาท เข้าบัญชีนางจรัสพิมพ์ ซึ่งเป็นมารดาของผู้คัดค้านทั้งสองที่ธนาคาร ก. สาขาเดอะมอลล์บางแค บัญชีเลขที่ 238-4-60xxx-x จากนั้นนางจรัสพิมพ์โอนเงินจำนวน 100,000,000 บาท เข้าบัญชีผู้คัดค้านที่ 1 ดังกล่าว และโอนเงินจำนวน 50,000,000 บาท เข้าบัญชีผู้คัดค้านที่ 2 ที่ธนาคาร ก. สาขาสยามสแควร์ บัญชีเลขที่ 152-2-45xxx-x ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการธุรกรรมได้ประชุมแล้วพบข้อเท็จจริงว่านายวัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจข่มขู่หรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการให้ออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบจำนวน 1,900 ไร่ ทับที่คลองสาธารณประโยชน์ และที่ทิ้งขยะซึ่งเป็นที่หวงห้ามเพื่อขายให้แก่กรมควบคุมมลพิษ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และมาตรา 157 โดยกรมควบคุมมลพิษได้จ้างบริษัท ส. ศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ตำบลคลองด่านไม่เหมาะสม เป็นดินเหลวใกล้ชายทะเล แต่เสนอให้แบ่งการดำเนินโครงการเป็น 2 แห่งคือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางปูใหม่และฝั่งตะวันตกที่ตำบลบางปลากด นายสุวัจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้เสนอโครงการจัดการน้ำเสียต่อคณะรัฐมนตรี ต่อมาในวันที่ 17 ตุลาคม 2538 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ กำหนดสถานที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในวงเงินงบประมาณจำนวน 13,612 ล้านบาท กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการประกาศประกวดราคาก่อสร้างระบบจัดการน้ำเสีย ครั้งแรกตามมติคณะรัฐมนตรีกำหนดสถานที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบางปูใหม่และตำบลบางปลากด จากนั้นกรมควบคุมมลพิษได้มีประกาศเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 ให้ท้องที่ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่สามารถยื่นเอกสารเพื่อขายที่ดิน โดยไม่คำนึงถึงผลรายงานการศึกษาที่เห็นว่าที่ดินตำบลคลองด่านไม่เหมาะสม ทำให้กลุ่มกิจการร่วมค้า อ. ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ป. ที่มีผู้คัดค้านที่ 1 เป็นกรรมการผู้จัดการรวมอยู่ด้วย และได้รับดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยกรมควบคุมมลพิษประกาศเปลี่ยน TOR เป็นโครงการออกแบบรวมก่อสร้างและระบบรวมและบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ มีการขอเพิ่มงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นวาระจรโดยไม่ผ่านสำนักงบประมาณเป็น 22,955 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2550 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาแก่นายวัฒนา ผลคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ อม.2/2551 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 พิพากษาลงโทษจำคุกนายวัฒนา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง