คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533
ฎีกาที่ 330/2533
หลักกฎหมาย
โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ พ. ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 ในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แต่ พ. ไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 กลับไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1ในฐานะส่วนตัวซึ่งเป็นการร้องทุกข์ที่ไม่ชอบ เพราะ พ. ไม่ใช่ผู้เสียหาย เท่ากับว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีนี้ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวแก่จำเลยทั้งสองต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ.มาตรา 121 และพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่บริการผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาทจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 เดือน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ 1 ใช้แทนค่าปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ร่วมได้ร้องทุกข์การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ร่วมได้มอบอำนาจให้นายพิทักษ์ ปลื้มพิทักษ์กุล ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 ในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเท่านั้น ไม่ได้มอบอำนาจให้นายพิทักษ์ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 แต่นายพิทักษ์ไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 กลับไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ดังปรากฏตามบันทึกการร้องทุกข์มอบคดีอันยอมความได้เอกสารหมาย จ.6 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำขึ้น ตามบันทึกการร้องทุกข์มอบคดีอันยอมความได้เอกสารหมาย จ.6 ก็ปรากฏว่านายพิทักษืแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัว ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่านายพิทักษ์แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 โดยได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ร่วมซึ่งเป็นการร้องทุกข์ที่ไม่ชอบเพราะนายพิทักษ์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เท่ากับว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีนี้ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวแก่จำเลยทั้งสองต่อพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจทำการสอบสวนคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 พิพากษายืน.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง