ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564

ฎีกาที่ 3315/2564

หลักกฎหมาย

แผ่นพับโครงการของจำเลยเป็นการโฆษณาโครงการก่อสร้างอาคารชุดของจำเลยเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป จะมีแผนผังโครงการ แสดงภาพจำลองโครงการและทางพิพาทเข้าออกโครงการ ทางพิพาทมีรูปต้นไม้เป็นแนวยาวข้างทาง ลักษณะเป็นถนนเข้าออกโครงการ และตามภาพถ่ายแสดงให้เห็นการสร้างป้อมยามรักษาความปลอดภัยถนนเข้าโครงการ ซึ่งจำเลยก็รับว่าจำเลยปรับถมดินก่อสร้างถนนเข้าออกระหว่างโครงการกับถนนราษฎร์บูรณะ ปลูกต้นไม้ตลอดแนวถนน ก่อสร้างป้อมยามรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้าถนนเข้าโครงการและขึ้นป้ายโฆษณาให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมโครงการ ทางพิพาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ดังนั้น แผ่นพับโครงการของจำเลยเป็นการโฆษณาของจำเลยผู้ประกอบธุรกิจทำให้ผู้จะซื้อห้องชุดซึ่งเป็นผู้บริโภคเข้าใจได้ในขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยว่า จำเลยจะมอบทางพิพาทเป็นถนนเข้าออกโครงการอันเป็นทรัพย์ส่วนกลางที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันให้ผู้จะซื้อห้องชุดเพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้จะซื้อเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลย จึงถือว่าแผ่นพับโฆษณาโครงการของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดระหว่างผู้จะซื้อห้องชุดกับจำเลยตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 11 แต่เมื่อพื้นที่โครงการอยู่ในเขตผังเมืองประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางที่ดินประเภท ย.6 (สีส้ม) จำเลยจึงต้องยกทางพิพาทให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์และแก้ไขแผนผังโครงการใหม่ จำเลยเป็นผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก่อสร้างอาคารชุดขนาดใหญ่ย่อมจะมีความรู้ความชำนาญในการประกอบธุรกิจจำต้องศึกษาและตรวจสอบข้อกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับของทางราชการที่เกี่ยวข้องเสียก่อนที่จะดำเนินการโฆษณาและก่อสร้างอาคารชุด การที่จำเลยโฆษณาขายอาคารชุดก่อนการดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จำเลยหลอกลวงปิดบังข้อเท็จจริงว่าทางพิพาทเป็นถนนในพื้นที่โครงการอันเป็นทรัพย์ส่วนกลาง ส่วนที่สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดมีข้อสัญญาว่า ผู้จะขายสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนผังโครงการ...ทรัพย์ส่วนกลางได้ตามความเหมาะสม โดยผู้จะซื้อตกลงไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาของผู้จะขายแต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยยกทางพิพาทให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์ภายหลังจากมีผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลย เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนผังของโครงการที่เกินสมควรและไม่เป็นธรรมต่อผู้จะซื้อห้องชุดกับจำเลยที่หวังจะได้ทางพิพาทเป็นพื้นที่ในโครงการเป็นทรัพย์ส่วนกลางเพื่อประโยชน์ร่วมกันของผู้อาศัยในอาคารชุด จำเลยจึงไม่อาจยกข้อสัญญาดังกล่าวขึ้นอ้างปฏิเสธความรับผิดของจำเลยได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับโจทก์ที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยก่อนที่จำเลยปรับเปลี่ยนแผนผังโครงการ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งห้าสิบสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 2,000,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 2,000,000 บาท โจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 2,000,000 บาท โจทก์ที่ 6 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 7 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 8 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 9 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 10 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 11 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 12 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 13 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 14 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 15 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 16 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 17 เป็นเงิน 3,000,000 บาท โจทก์ที่ 18 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 19 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 20 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 21 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 22 เป็นเงิน 2,000,000 บาท โจทก์ที่ 23 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 24 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 25 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 26 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 27 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 28 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 29 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 30 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 31 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 32 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 33 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 34 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 35 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 36 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 37 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 38 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 39 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 40 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 41 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 42 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 43 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 44 เป็นเงิน 1,500,000 บาท โจทก์ที่ 45 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 46 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 47 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 48 เป็นเงิน 1,500,000 บาท โจทก์ที่ 49 เป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ที่ 50 เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์ที่ 51 เป็นเงิน 500,000 บาท และโจทก์ที่ 52 เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าเสียหายของโจทก์แต่ละคนนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งห้าสิบสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ที่ 6 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 7 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 8 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 9 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 10 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 11 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 12 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 13 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 14 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 15 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 16 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 17 เป็นเงิน 300,000 บาท โจทก์ที่ 18 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 19 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 20 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 21 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 22 เป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ที่ 23 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 24 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 25 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 26 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 27 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 28 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 29 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 30 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 31 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 32 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 33 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 34 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 35 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 36 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 37 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 38 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 39 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 40 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 41 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 42 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 43 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 44 เป็นเงิน 150,000 บาท โจทก์ที่ 45 เป็นเงิน 100,000 บาท โจทก์ที่ 46 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 47 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 48 เป็นเงิน 150,000 บาท โจทก์ที่ 49 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 50 เป็นเงิน 50,000 บาท โจทก์ที่ 51 เป็นเงิน 50,000 บาท และโจทก์ที่ 52 เป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าเสียหายของโจทก์แต่ละคนนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560) จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งห้าสิบสองได้รับยกเว้นในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2564 · ทนอย Thanoy