คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 3319/2545
หลักกฎหมาย
ตามพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/42 บัญญัติว่า" ในแผนให้มีรายการต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย_ _ _ (4) การไถ่ถอนหลักประกันในกรณีที่มีเจ้าหนี้มีประกันและความรับผิดของผู้ค้ำประกัน_ _ _" ในรายการเรื่องความรับผิดของผู้ค้ำประกันย่อมหมายความรวมถึงการระบุชื่อผู้ค้ำประกัน วงเงินความรับผิดตลอดจนผลของคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนต่อผู้ค้ำประกันด้วย ในคดีนี้ผู้ทำแผนได้ระบุชื่อผู้ค้ำประกันและวงเงินค้ำประกันไว้โดยละเอียดโดยผู้ทำแผนชี้แจงว่าเป็นการจัดทำตามข้อมูล เอกสารแห่งหนี้ และหลักประกันที่ลูกหนี้มีอยู่ แสดงว่าผู้ทำแผนได้พยายามแสดงหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว อีกทั้งการที่ผู้ทำแผนระบุชื่อและความรับผิดของผู้ค้ำประกันไม่ครบถ้วนก็มิใช่รายการที่มีสาระสำคัญในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แต่อย่างใด และหากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่คำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามที่ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/60 วรรคสอง บัญญัติไว้อยู่แล้ว กรณีจึงถือว่าแผนของลูกหนี้มีรายการครบถ้วนตามมาตรา 90/42 ประกอบกับมาตรา 90/58 (1) แล้ว การจัดกลุ่มเจ้าหนี้ในบรรดาเจ้าหนี้ไม่มีประกันนั้นมาตรา 90/42 ทวิ บัญญัติว่า "เจ้าหนี้ไม่มีประกัน อาจจัดได้เป็นหลายกลุ่มโดยให้เจ้าหนี้ไม่มีประกันที่มีสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์ที่มีสาระสำคัญเหมือนกันหรือทำนองเดียวกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน" และในมาตรา 90/42 ทวิ วรรคสอง ได้บัญญัติถึงการคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ว่า "เจ้าหนี้รายใดเห็นว่า การจัดกลุ่มเจ้าหนี้ไม่ได้เป็นไปตามวรรคหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการจัดกลุ่ม และศาลอาจมีคำสั่งให้จัดกลุ่มเสียใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็วคำสั่งศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" คดีนี้เจ้าหนี้รายที่ 80 ซึ่งผู้ทำแผนจัดอยู่ในกลุ่มที่ 14 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ไม่มีประกันต่อศาลล้มละลายกลางก่อนวันนัดประชุมเพื่อพิจารณาแผน และศาลล้มละลายกลางได้วินิจฉัยยกคำร้องของเจ้าหนี้รายที่ 80 ดังกล่าว การจัดกลุ่มเจ้าหนี้รวมถึงเจ้าหนี้ไม่มีประกันตามแผนจึงถือว่าถึงที่สุดแล้วตามมาตรา 90/42 ทวิ วรรคท้าย และในส่วนการชำระหนี้ให้เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มนั้นจะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นในทางธุรกิจในอันที่จะให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินการต่อไปได้ เกี่ยวกับเจ้าหนี้ในกลุ่มที่ 11 และกลุ่มที่ 12 จะต้องได้รับชำระหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุนเช่นเดียวกับเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจกับลูกหนี้ก็คงไม่มีผู้ใดยินยอมให้บริการ การกำหนดให้เจ้าหนี้กลุ่มนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงินแตกต่างกับเจ้าหนี้การค้าอื่น ๆ จึงเป็นธรรมแล้ว ส่วนที่มาตรา 90/58 (2) กำหนดให้ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนนั้นจะต้องเป็นไปตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายนั้น หมายความว่าจะต้องดำเนินการแบ่งทรัพย์สินไปตามลำดับบุริมสิทธิที่กำหนดไว้ตามมาตรา 130 (1) ถึง (6) ส่วนหนี้ในมาตรา 130 (7) จะได้ส่วนแบ่งอย่างไรจะต้องเป็นไปตามการจัดกลุ่มเจ้าหนี้และข้อกำหนดในแผนฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นเมื่อแผนกำหนดให้แต่ละกลุ่มได้รับชำระหนี้ในหลักเกณฑ์เดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน จึงเป็นแผนที่กำหนดถึงสิทธิของเจ้าหนี้ในกลุ่มเดียวกันให้ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกันตามมาตรา 90/42 ตรี แผนจึงไม่ขัดต่อมาตรา 90/58 (2)
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/42พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/42 ทวิพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/42 ตรีพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/58พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 130
คำพิพากษา (บางส่วน)
ตามมาตรา ๙๐/๕๘ (๓) บัญญัติว่า "เมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ที่ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย" ในการพิจารณาหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ ศาลจะต้องนำประมาณการรายได้ที่เจ้าหนี้ต่าง ๆ จะได้รับถ้าหากว่าศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย กล่าวคือ เป็นจำนวนเงินที่จะได้หากว่ามีการบังคับขายทรัพย์สินของลูกหนี้ กับรายได้ที่เจ้าหนี้จะได้รับถ้าหากว่ากิจการของลูกหนี้ได้ดำเนินการต่อไปภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการจนสำเร็จ การเปรียบเทียบดังกล่าวจะต้องเปรียบเทียบรายได้ที่จะได้รับภายใต้วันเวลาเดียวกัน กล่าวคือ วันที่แผนฟื้นฟูกิจการมีผลบังคับ เมื่อปรากฏจากคำชี้แจงของผู้ทำแผนว่า เจ้าหนี้รายที่ ๔ จะได้รับชำระหนี้ ๒,๙๐๐ บาท และเจ้าหนี้รายที่ ๘๐ จะได้รับชำระหนี้ ๑๑๖,๗๐๐ บาท เท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการดำเนินการตามแผนสำเร็จเจ้าหนี้รายที่ ๔ และเจ้าหนี้รายที่ ๘๐ จะได้รับการชำระหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งทำให้เจ้าหนี้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมลงทุนในบริษัทลูกหนี้ จำนวนเงินที่ได้รับชำระหนี้ย่อมมีจำนวนเท่ากับราคาตลาดที่แท้จริงของหุ้นในวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนภายใต้สภาวการณ์ดำเนินการตามแผนสำเร็จ กรณีจึงเห็นได้แน่ชัดว่า เจ้าหนี้ผู้คัดค้านทั้งสองรายดังกล่าวได้รับการชำระหนี้โดยแปลงหนี้เป็นทุนมีมูลค่าตลาดที่แท้จริงมากกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย อุทธรณ์ของลูกหนี้และผู้ทำแผนในข้อนี้ฟังขึ้น คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งให้บริษัทพรีเมียร์แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าในการประชุมเจ้าหนี้ (คราวที่ได้เลื่อนมา) เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อปรึกษาว่าจะยอมรับแผนหรือไม่ หรือจะแก้ไขอย่างไร ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีการแก้ไขแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๔๖ (๒) ขอให้ศาลนัดพิจารณาแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งแจ้งความกำหนดวันนัดพิจารณาให้ผู้ทำแผน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบโดยชอบแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๕๖ เจ้าหนี้รายที่ ๔ ยื่นคำคัดค้านว่า_ _ _ เจ้าหนี้รายที่ ๗๔ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ทำแผนระบุรายละเอียดจำนวนผู้ค้ำประกันและจำนวนหนี้ไว้ไม่ถูกต้องโดยระบุผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ต่อเจ้าหนี้รายที่ ๗๔ ไว้เพียง ๓ ราย และระบุวงเงินค้ำประกันเพียง ๒๗,๔๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งระบุภาระหนี้ของผู้ค้ำประกันในปัจจุบันเพียง ๓๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท ความจริงมีผู้ค้ำประกัน ๕ ราย วงเงินค้ำประกัน ๒๗๘,๓๘๓,๘๐๕.๙๗ บาท และภาระหนี้ค้ำประกันในปัจจุบันมีจำนวน ๗๐๗,๗๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้มีคำสั่งให้แก้ไขแผนระบุจำนวนผู้ค้ำประกันและวงเงินค้ำประกัน อีกทั้งภาระหนี้ที่ค้ำประกันหนี้ของลูกหนี้ต่อเจ้าหนี้รายที่ ๗๔ ให้ถูกต้องหรือมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เจ้าหนี้รายที่ ๘๐ ยื่นคำคัดค้านว่า_ _ _ ผู้ทำแผนยื่นคำชี้แจงว่า กรณีการค้ำประกันโดยบุคคลภายนอกเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้ำประกันกับเจ้าหนี้รายที่ ๗๔ หาได้กระทบสิทธิที่เจ้าหนี้รายที่ ๗๔ จะเรียกเอาจากผู้ค้ำประกัน เหตุที่ผู้ทำแผนได้ระบุชื่อผู้ค้ำประกัน ๓ ราย เนื่องจากการตรวจสอบหลักฐานเอกสารภาระหนี้และภาระค้ำประกันของลูกหนี้ไม่ปรากฏหนังสือค้ำประกันอีก ๒ ฉบับ ที่เจ้าหนี้รายที่ ๗๔ กล่าวอ้าง ถ้าเจ้าหนี้รายที่ ๗๔ มีสิทธิเรียกร้องตามหนังสือค้ำประกัน ๒ ฉบับ ดังกล่าวก็ชอบที่จะไปเรียกเอาจากผู้ค้ำประกันได้ ทั้งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๔๒ (๔) ก็ไม่ได้กำหนดว่าแผนจะต้องระบุชื่อผู้ค้ำประกันทุกราย ตามหลักฐานที่เจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้คงระบุไว้แต่เพียงว่าความรับผิดของผู้ค้ำประกันซึ่งแผนก็ได้กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว สำหรับกรณีการจัดกลุ่มเจ้าหนี้และการจัดสรรชำระหนี้ เจ้าหนี้กลุ่มที่ ๒ ถึงกลุ่มที่ ๖ และเจ้าหนี้กลุ่มที่ ๑๑ ถึงกลุ่มที่ ๑๓ เป็นหนี้ที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจของลูกหนี้ต่อไป กล่าวคือ หนี้ในกลุ่มที่ ๒ และกลุ่มที่ ๓ เป็นหนี้อันเกิดจากสินเชื่อเพื่อการให้เช่าซื้อและการซื้อรถยนต์โดยมีชุดจดทะเบียน สมุดจดทะเบียน และสัญญาเช่าซื้อเป็นประกัน หนี้ในกลุ่มที่ ๔ และกลุ่มที่ ๕ เป็นหนี้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบกิจการของลูกหนี้ หนี้ในกลุ่มที่ ๑๑ ถึงกลุ่มที่ ๑๓ เป็นเจ้าหนี้อันเกิดจากความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจต่อไปของลูกหนี้ เช่น หนี้ค่าตรวจสอบบัญชี ค่าที่ปรึกษากฎหมาย ค่าที่ปรึกษาทางการเงิน หนี้อันเกิดจากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคของลูกหนี้ และเจ้าหนี้กรมสรรพากร เป็นต้น ซึ่งหนี้ในกลุ่มดังกล่าวข้างต้นเป็นกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินการของลูกหนี้ต่อไป เพราะเป็นธุรกิจหลักซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้มาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และฟื้นฟูกิจการของตัวลูกห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง