คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560
ฎีกาที่ 3324/2560
หลักกฎหมาย
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ผู้อื่นก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองทรัพย์ได้ หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์ แม้จำเลยที่ 4 เป็นบุคคลภายนอกมิใช่พนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ร่วมก็ตาม แต่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ร่วมโดยยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 4 เมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น เงินตามเช็คของโจทก์ร่วมจึงเข้าไปอยู่ในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 4 ซึ่งถือได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้ครอบครองเงินตามเช็คของโจทก์ร่วมแล้ว และเมื่อจำเลยที่ 4 ไปถอนเงินตามเช็คจากบัญชีของตน จำเลยที่ 4 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วม กับจำเลยที่ 1 ฐานยักยอกทรัพย์ได้ ตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 188 และ 352 กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 7,324,311 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 1,314,753 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 408,170 บาท และให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 117,800 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดปัตตานีรวมโชค ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 1 ฐานยักยอก (ตามฟ้องข้อ 2.26, 2.34, 2.35, 2.36, 2.37, 2.38, 2.39, 2.40, 2.41, 2.42, 2.44, 2.47, 2.51, 2.52, 2.55, 2.60, 2.62, 2.66, 2.70 และ 2.71) จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 20 กระทง จำคุก 40 เดือน ฐานยักยอกตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 (ตามฟ้องข้อ 2.4, 2.6, 2.7, 2.8, 2.11, 2.14 และ 2.31) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 7 กระทง จำคุก 42 เดือน ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 ยักยอกตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 (ตามฟ้องข้อ 2.1, 2.3, 2.5, 2.9, 2.10, 2.15 และ 2.19) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 7 กระทง จำคุก 42 เดือน ฐานร่วมกับจำเลยที่ 3 ยักยอกตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 3 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 (ตามฟ้องข้อ 2.12 และ 2.13) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 12 เดือน ฐานร่วมกับจำเลยที่ 4 ยักยอก ตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 4 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 (ตามฟ้อง ข้อ 2.2) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 142 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 ยักยอกตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 7 กระทง จำคุก 42 เดือน จำเลยที่ 3 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 ยักยอก ตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 12 เดือน จำเลยที่ 4 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 ยักยอก ตามมาตรา 352 วรรคแรก กับฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูก ฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น) ตามมาตรา 188 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม มาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 4,744,556 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 1,314,753 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 408,170 บาท และให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 117,800 บาท แก่โจทก์ร่วม ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามฟ้องข้อ 2.36 และ 2.37 เป็นความผิดกรรมเดียว จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานยักยอกตามฟ้องข้อ 2.26, 2.34, 2.35, 2.36, 2.37, 2.38, 2.39, 2.40, 2.41, 2.42, 2.44, 2.47, 2.51, 2.52, 2.55, 2.60, 2.62, 2.66, 2.70 และ 2.71 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 19 กระทง จำคุก 38 เดือน ให้จำเลยที่ 1
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง