คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 3332/2559
หลักกฎหมาย
ผู้ร้องใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านนำทรัพย์หลักประกันออกขายทอดตลาดในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 95 จึงเป็นกรณีที่ผู้รับจำนองขอเอาบุริมสิทธิในทรัพย์ที่รับจำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น หากขายทอดตลาดได้เงินเกินกว่าหนี้จำนอง เงินส่วนที่เกินย่อมตกเข้าแก่กองทรัพย์สินของจำเลยผู้ล้มละลาย แต่ถ้าขายไม่ได้ถึงราคาทรัพย์จำนองหนี้ส่วนที่เหลือก็ตกเป็นพับแก่ผู้รับจำนองไป ฉะนั้นต้องคิดดอกเบี้ยให้ผู้ร้องจนถึงวันขายทอดตลาด เมื่อเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอใช้สิทธิเหนือทรัพย์อันเป็นหลักประกัน มิใช่การยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91 ประกอบมาตรา 96 จึงไม่ต้องห้ามคิดดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 100
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547 ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่า จำเลยและนางสิริรัตน์ เป็นหนี้ผู้ร้องในมูลหนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้ โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 115301 และ 58631 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมสิ่งปลูกสร้างประกันหนี้ เป็นเงิน 1,000,000 บาท และ 1,800,000 บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยและนางสิริรัตน์คงเป็นหนี้ผู้ร้อง 2,761,193.62 บาท ขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์จำนองดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วเห็นว่าจำเลยและนางสิริรัตน์เป็นหนี้ผู้ร้องตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในส่วนบุริมสิทธิ เมื่อผู้ร้องเป็นผู้รับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 115301 และ 58631 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ร้องย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน เมื่อปรากฏว่าจำเลยตกลงจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 115301 แก่ผู้ร้องเป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี และจำเลยกับนางสิริรัตน์ตกลงจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 58631 เป็นเงิน 1,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันขายทอดตลาด แต่เนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเงินเพียง 2,761,193.62 บาท โดยได้คำนวณดอกเบี้ยถึงวันพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเท่านั้น จึงพิจารณาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ไม่เกินเท่าที่ขอ และปรากฎว่าหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยได้นำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องจำนวน 508,400 บาท จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 115301 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี และที่ดินโฉนดเลขที่ 58631 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีชื่อจำเลยและนางสิริรัตน์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วนของจำเลยเป็นเงิน 1,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2546 จนถึงวันขายทรัพย์หลักประกัน แต่ไม่เกินจำนวน 2,761,193.62 บาท ตามที่ผู้ร้องขอมา โดยให้กันเงินสุทธิจากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยเข้ากองทรัพย์สินจำนวน 508,400 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน เมื่อผู้ร้องได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 95 โดยขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด ผู้ร้องชอบที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง โดยคำนวณดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองนับจากวันที่จดทะเบียนจำนองถึงวันขายทอดตลาดทรัพย์ กฎหมายมิได้ให้อำนาจผู้คัดค้านสอบสวนในเรื่องหนี้สินอันมีหลักประกันอย่างกรณีเจ้าหนี้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 ทั้งภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยนั้น ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากนางสิริรัตน์ลูกหนี้ร่วมซึ่งไม่ได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แต่อย่างใด การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้นำเงินสุทธิจากการขายทอดตลาดเข้ากองทรัพย์สินจำนวน 508,400 บาท จึงไม่ชอบ ขอให้มีคำสั่งแก้ไขคำสั่งผู้คัดค้านให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองถึงวันที่ได้ขายทอดตลาด โดยไม่นำเงินจากการขายทอดตลาดจำนวน 508,400 บาท เข้ากองทรัพย์สินของจำเลย ผู้คัดค้านยื่นคัดค้านว่า แม้ผู้ร้องขอรับชำระหนี้อย่างเจ้าหนี้ประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 95 ผู้คัดค้านก็มีอำนาจพิจารณาถึงการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์หลักประกันคือที่ดินโฉนดเลขที่ 115301 และ 58631 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และจำนวนหนี้ที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำร้องว่า ควรดำเนินการกับทรัพย์หลักประกันประการใดที่จะเป็นประโยชน์แก่กองทรัพย์สินของจำเลย เมื่อตามคำร้องเจ้าหนี้แสดงเจตนาขอรับชำระหนี้และถือทุนทรัพย์ในการใช้สิทธิเรียกร้องจากการขายทอดตลาด จำนวน 2,761,053.62 บาท ถือว่าผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้แสดงเจตนาและขอใช้สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยตามจำนวนเงินดังกล่าว ซึ่งการแสดงเจตนาของเจ้าหนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน มีผลใช้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 สำหรับเงินจำนวนนอกจากที่ยื่นคำร้องถือว่าเจ้าหนี้แสดงเจตนาปลดหนี้บางส่วนให้แก่จำเลยตามมาตรา 3
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง