ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 3348/2551

หลักกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินของ ค. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจำเลยที่ 1 ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้ามิได้เป็นสิทธิเฉพาะตัวที่จะไม่ตกทอดไปยังผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินรายใหม่ ทั้ง ค. มิได้ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลเรียกเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ทวิ วรรคหนึ่ง มาก่อนฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่ผู้ใดหรือได้นำเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินไปวางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน แม้โจทก์จะซื้อที่ดินมาจาก ค.ภายหลังจากจำเลยที่ 1 ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า ก็ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่ในปัจจุบันเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตามมาตรา 30 วรรคหนึ่ง การที่จะกำหนดและจ่ายเงินทดแทนการใช้ที่ดินตามความเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 30 ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ในทำนองเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) เพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นด้วย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าการ มีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 6926 เนื้อที่ 6 ไร่ 93 ตารางวา โดยซื้อมาจากนายครองทรัพย์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2538 ราคาไร่ละ 300,000 บาท ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2539 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะเข้าดำเนินการก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงบนที่ดินของโจทก์และเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 115 กิโลโวลต์ พาดผ่านที่ดินของโจทก์บางส่วน โดยจำเลยที่ 1 จะจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินประเภทต่างๆ ให้แก่โจทก์ ต่อมาประมาณเดือนตุลาคม 2539 จำเลยที่ 1 ได้ก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงบนที่ดินของโจทก์และเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 115 กิโลโวลต์ พาดผ่านที่ดินของโจทก์เนื้อที่ 2 งาน 85 ตารางวา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ทำให้ที่ดินของโจทก์บางส่วนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่อีก 2 งาน รวมที่ดินที่เกิดความเสียหายเนื้อที่ 1 ไร่ 85 ตารางวา และจำเลยที่ 1 ไม่จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูงออกจากที่ดินของโจทก์ และต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2539 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 14 เดือน รวมเป็นเงิน 140,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนเสาไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูงออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6926 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายจำนวน 140,000 บาท และใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนเสาไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูงออกจากที่ดินของโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยทั้งสองจ่ายเงินค่าทดแทนจำนวน 1,000,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า ก่อนทำการก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงและเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 115 กิโลโวลต์ จำเลยที่ 1 ได้ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้าให้ผู้เกี่ยวข้องทราบแล้ว โดยมีแนวสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 6926 คิดเป็นเนื้อที่ถูกเขตเดินสายส่งไฟฟ้าจำนวน 3 งาน 43 ตารางวา ขณะนั้นมีนายครองทรัพย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินจังหวัดมุกดาหารมีมติให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้แก่นายครองทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินในขณะที่จำเลยที่ 1 เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส่วนโจทก์ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากนายครองทรัพย์ในภายหลัง จำเลยทั้งสองมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง เนื่องจากการที่จำเลยที่ 1 ก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงและเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเหนือที่ดินของโจทก์นั้น โจทก์ไม่ได้เสียไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของโจทก์อยู่เช่นเดิม จำเลยที่ 1 เพียงขอใช้สิทธิในการเดินสายส่งไฟฟ้าเหนือพื้นดินบริเวณที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันอันตรายหรือความเสียหายที่เกิดแก่ระบบไฟฟ้าและเพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินได้รับผลกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินยังใช้ประโยชน์ในที่ดินต่อไปได้ตามเดิมแต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดบางประการ ที่ดินของโจทก์นอกจากบริเวณที่ถูกสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านยังคงเหลืออีกมากและสามารถใช้ประโยชน์ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด ทั้งที่ดินของโจทก์ไม่ได้อยู่ในทำเลค้าขายและย่านชุมชน ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดไม่น่าสูงถึงไร่ละ 1,200,000 บาท และค่าเสียหายจำนวน 140,000 บาท เป็นค่าเสียหายที่โจทก์กำหนดขึ้นเอง นอกจากนั้นขณะที่โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากเจ้าของเดิมที่ดินดังกล่าวถูกรอนสิทธิเหนือพื้นดินโดยจำเลยที่ 1 ได้ประกาศกำหนดแนวเขตสายไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ มุกดาหาร-สุวรรณเขต แล้ว จำเลยที่ 1 พิจารณาจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนฯ โดยความเป็นธรรมแก่เจ้าของเดิมแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,000,000 บาท และค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินจำนวน 279,740 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ชำระแทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3348/2551 · ทนอย Thanoy