ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 3416/2551

หลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ที่ให้จำเลยเช่า การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทจึงเป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ เป็นการยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์ แม้จะครอบครองทำประโยชน์นานเท่าใดก็ไม่อาจอ้างการแย่งการครอบครองในที่ดินพิพาทได้ นอกจากจะได้มีการบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังโจทก์ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยึดถือที่ดินพิพาทแทนโจทก์อีกต่อไป เมื่อคำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือจำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุแย่งการครอบครองเกิน 1 ปี ตามคำให้การของจำเลยมายันโจทก์ได้ โจทก์จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท โจทก์นำสืบส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงและนำสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงมาสืบ การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) จึงรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ การรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร มิใช่เป็นการรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐานอันจะต้องปิดอากรแสตม์ตามประมวลรัษฎากร ทั้งสำเนาเอกสารมิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ด้วยเช่นกัน จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ พ.ร.บ.ว่าด้วยลักษณะของวัดบาทหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ.128 ข้อ 5 และข้อ 18 ไม่ให้มิสซังถือที่ดินแทนผู้อื่น แต่ไม่ได้ห้ามมิให้ผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองแทนมิสซัง เมื่อมิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้ที่ดินพิพาทจะมีชื่อ ว. เป็นผู้ครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ คู่ความพิพาทกันในเรื่องสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทซึ่งมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทส่วนหนึ่ง และเรื่องขับไล่เพราะผิดสัญญาเช่าซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์อีกส่วนหนึ่งปนกันมาซึ่งแต่ละส่วนแยกจากกันได้ สิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่จึงต้องแยกพิจารณาตามส่วนดังกล่าว ฎีกาของจำเลยที่อยู่ในประเด็นเรื่องขับไล่ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทอันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ.128 โดยมีพระคาร์ดินัลมีชัย เป็นมุขนายก (ที่ถูก เป็นประมุข) มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพมหานคร เขตราชบุรี เป็นส่วนหนึ่งของโจทก์และขึ้นตรงต่อโจทก์ โดยมีมุขนายกมัส เป็นผู้ปกครองดูแล มีอำนาจหน้าที่ในการปกรครองดูแลบาทหลวงในเขตสังฆมณฑลที่รับผิดชอบและดูแลทรัพย์สินทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ตลอดจนวัดหรือสถานวัดบาทหลวงในเขตสังฆมณฑล วัดนักบุญมาการีตา บางตาล หรือวัดมาการีตา มารีอา บางตาล หรือวัดโรมันคาทอลิกบางตาล หรือวัดบางตาล เป็นสถานวัดบาทหลวงที่อยู่ในความปกครองดูแลของมิสซังมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร เขตราชบุรี มีบาทหลวงเป็นเจ้าอาวาสโจทก์มอบอำนาจให้มุขนายกมนัสเป็นผู้ฟ้องคดีแทนและมอบอำนาจช่วงได้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2479 หลวงสิทธิเทพการยกที่ดินมือเปล่าให้แก่วัดมาการีต บางตาล ซึ่งมีบาทหลวงอันเดรเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นและมีอำนาจทำการเป็นผู้แทนของโจทก์ หลังจากนั้นวัดมาการีตา บางตาล หรือวัดโรมันคาทอลิกบางตาลได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตลอดมาโดยให้ผู้อื่นเช่าทำนา ทำไร่ต่อมาโจทก์ให้นายวิศิษฎ์ วังตาล ทายาทของหลวงสิทธิเทพการไปแจ้งขอออก ส.ค.1 แล้วต่อมาได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 403, 404, 405, 406 และ 407 ตำบลหนองอ้อ กับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 318, 319, 320, 321 และ 322 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีรวม 10 แปลง ใส่ชื่อนายวิศิษฎ์แทนโจทก์ โดยหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ศ.3) เลขที่ 405 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2480 เมื่อปี 2524 จำเลยเช่าที่ดินบางส่วนของโจทก์ตามหนังสือรับรองการประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 321 เนื้อที่ประมาณ 11 ไร่เศษ เพื่อทำเกษตรกรรม อัตราค่าเช่าไร่ละ 500 บาท ต่อปี ต่อมาประมาณปี 2539 จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อเรียกให้จำเลยมาตกลงเรื่องค่าเช่าและชำระค่าเช่า ต่อมาคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตำบลดอนกระเบื้องมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าแก่ผู้เช่าได้ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินแต่ไม่สามารถส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าได้ จึงใช้วิธีประกาศทางหนังสือพิมพ์ จำเลยยังคงอยู่ในที่ดินเป็นการละเมิดต่อโจทก์ หากโจทก์นำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าไร่ละ 500 บาท ต่อเดือน ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 321 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไร่ละ 500 บาท ต่อเดือน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า พระคาร์ดินัลมีชัย กิจบุญชู ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อที่แท้จริงของพระคาร์ดินัลมีชัย หนังสือมอบอำนาจไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีขับไล่และเรียกค่าเสียหาย มุขนายมนัส จึงมอบอำนาจช่วงไม่ได้ ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจช่วงไม่ใช่ลายมือชื่อของมุขนายกมนัสโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่านาแก่จำเลยคำบอกกล่าวตามเอกสารท้ายฟ้องไม่เป็นการบอกเลิกการเช่านา จึงเป็นการบอกกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลไม่ชอบ เพราะประธานที่ประชุมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาทตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำเลยครอบครองทำประโยชน์ ทำไร่ทำนาอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทด้ยความสงบ เปิดเผย และยึดถือเป็นเจ้าของมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนปี 2539 ถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี แล้วโจทก์ไม่ได้ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี จึงหมดสิทธิฟ้องคดีจำเลยมีสิทธิเหนือที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็ไม่เกิน 500 บาท ต่อปี วัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกได้ที่ดินมาเกินกว่า 50 ไร่ ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป้นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารขนย้ายสัมภาระรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 321 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามแผนที่สังเขปท้ายคำฟ้องหมายสีแดง ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยให้ค่าเสียหายปีละ 5,500
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2551 · ทนอย Thanoy