ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2532

ฎีกาที่ 3426/2532

หลักกฎหมาย

ผู้ร้องจดทะเบียนยกที่ดินให้เป็นถนนสาธารณะแล้ว แม้ต่อมาทางราชการไม่ใช้ทำถนน ผู้ร้องก็จะมาใช้สิทธิทางศาลขอคืนที่ดินโดยอ้างว่ายังคงครอบครองที่ดินอยู่และขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดสนับสนุนหรืออนุญาตให้ผู้ร้องใช้สิทธิเช่นว่านี้ได้.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่า ที่ดินเนื้อที่ 8ไร่ 3 งาน 48 2/3 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินบางส่วนของโฉนดเลขที่ 5230เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครอง เพื่อไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพื่อเป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินใหม่ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ใช่เรื่องที่จะมาใช้สิทธิทางศาล ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องว่า ที่ดินที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์เป็นที่ดินที่ผู้ร้องได้จดทะเบียนยกให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์แยกออกจากโฉนดเลขที่ 5230 ของผู้ร้องไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2507 แต่ผู้ร้องอ้างว่ายังคงครอบครองที่ดินดังกล่าวตลอดมา และทางราชการไม่ใช้ที่ดินนั้นทำถนนสาธารณะและคืนที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง แต่ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ ผู้ร้องจึงมาร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว เห็นว่า กรณีของผู้ร้องที่ขอใช้สิทธิทางศาลขอคืนที่ดินที่ยกให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์แล้วทางราชการไม่ทำถนนและไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนคืนที่ดินให้ได้จึงมาขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์นั้น เป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดสนับสนุนหรืออนุญาตให้ผู้ร้องใช้สิทธิเช่นว่านี้ได้ ผู้ร้องจึงจะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ไม่ได้" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2532 · ทนอย Thanoy