คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566
ฎีกาที่ 3444/2566
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่ง สำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนรูปพรรณพ่อม้า แม่ม้า และลูกม้าที่นำเข้าหรือเกิดในประเทศไทย รวมทั้งจัดทำเอกสารบรรยายรูปพรรณและบันทึกข้อมูลจำเพาะสำหรับใช้ในการตรวจรูปพรรณม้า เมื่อหนังสือตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และเอกสารการจดบันทึกทะเบียนลูกม้าลงในสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดทำขึ้น แม้ข้อความในเอกสารบางส่วนอาจเป็นข้อความเท็จหรือไม่ก็ตาม แต่ก็หาทำให้จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานปลอมเอกสารดังกล่าวไม่ เพราะจำเลยที่ 1 มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำเอกสารดังกล่าว
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 264, 265 และ 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 (ที่ถูก มาตรา 264 วรรคแรก (เดิม)), 268 (ที่ถูก มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก (เดิม)) ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 (ที่ถูก มาตรา 264 วรรคแรก (เดิม)) เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ซื้อและนำเข้าแม่ม้าอีซี่บีทส์ ซึ่งมีลูกติดท้องมาจากการประมูลขายที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่ามีการผสมพันธุ์กับพ่อม้าชื่อแอนโทเนียส ต่อมาแม่ม้าอีซี่บีทส์คลอดลูกม้าอีซี่บีทส์หรือภายหลังชื่อม้ารัชโยธิน เป็นเพศผู้ โจทก์ได้ไปแจ้งลูกม้าเกิดใหม่ตามกฎระเบียบของสำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย โดยระบุพ่อม้าชื่อแอนโทเนียส แม่ม้าชื่ออีซี่บีทส์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2554 สำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย มีหนังสือแจ้งโจทก์ถึงผลการตรวจดีเอ็นเอลูกม้าขัดแย้ง โดยระบุว่ามีการดึงขนตรวจดีเอ็นเอสองครั้ง คือวันที่ 4 ธันวาคม 2552 และวันที่ 8 มิถุนายน 2554 ตามหนังสือดังกล่าวระบุให้โจทก์ตรวจสอบความถูกต้องกับผู้ขายแม่ม้าอีกครั้ง โจทก์จึงดึงขนแม่ม้าและลูกม้าอีซี่บีทส์ และมีการส่งไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอที่ห้องแล็บ เวทเจ็น (Vetgen) สหรัฐอเมริกา ผลการตรวจระบุว่าแม่ม้าอีซี่บีทส์ และพ่อม้าแอนโทเนียส อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นแม่และพ่อของลูกม้า และไม่สามารถถูกตัดออกจากการเป็นแม่และพ่อของลูกม้า ต่อมาวันที่ 19 มิถุนายน 2555 และวันที่ 22 มิถุนายน 2555 โจทก์มีหนังสือข้อความอนุเคราะห์จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการสำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทย เพื่อให้ออกเล่มทะเบียนให้แก่ลูกม้าอีซี่บีทส์ แต่จำเลยที่ 1 มีหนังสือตอบกลับว่า ไม่สามารถจดทะเบียนให้ลูกม้าจากแม่ม้าอีซี่บีทส์ได้ เพราะผลการตรวจสอบดีเอ็นเอทั้งสองครั้งปรากฏว่าผลขัดแย้ง ต่อมาวันที่ 4 กรกฎาคม 2555 โจทก์ประสงค์ให้ตรวจดีเอ็นเอลูกม้าอีซี่บีทส์อีกครั้ง จึงนำลูกม้าอีซี่บีทส์ไปดึงขนเก็บเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจดีเอ็นเอที่สมาคมแห่งประเทศไทย ร. และมีการส่งไปตรวจเปรียบเทียบที่ห้องแล็บมหาวิทยาลัย จ. และวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของแม่ม้าและลูกม้าอีซี่บีทส์ ว่าไม่ขัดแย้งกัน ส่วนผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของลูกม้าอีซี่บีทส์ และพ่อม้าแอนโทเนียส ทั้งผลการตรวจของห้องแล็บมหาวิทยาลัย จ. ที่มีอยู่กับที่ได้รับมาจากประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาปรากฏว่าขัดแย้ง สำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทยจึงไม่สามารถทำการจดทะเบียนให้ลูกม้าอีซี่บีทส์ได้ และในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 ได้มีการประชุมของสมาคมแห่งประเทศไทย ร. เพื่อหาทางแก้ไข และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าว ต่อมามีมติของคณะกรรมการให้มีการดึงขนของลูกม้าอีซี่บีทส์ เพื่อไปตรวจที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เจ้าหน้าที่ไม่แจ้งที่อยู่ของห้องแล็บที่จะส่งตรวจให้โจทก์ทราบ โจทก์จึงไม่ยอมชำระค่าส่งและยกเลิกการส่งไปตรวจที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 โจทก์ได้ฟ้องร้องสมาคมแห่งประเทศไทย ร. จำเลยที่ 1 และพลเอก บ. ในข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย คดีหมายเลขดำที่ 2061/2556 ของศาลแพ่ง ระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าวโจทก์ได้มอบอำนาจให้นาง ร. ภริยาโจทก์ยื่นหนังสือถึงพลเอก บ. ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม ขอแจ้งพ่อพันธุ์ม้าเพื่อการขอตรวจพันธุ์ม้าใหม่ โดยมีการระบุชื่อพ่อม้าจำนวน 12 ตัว และได้มีการส่งตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของลูกม้าอีซี่บีทส์ กับพ่อม้าจำนวน 12 ตัว ดังกล่าวไปยังห้องแล็บมหาวิทยาลัย จ. วันที่ 21 สิงหาคม 2556 ห้องแล็บมหาวิทยาลัย จ. มีหนังสือรายงานผลการตรวจสอบหาลักษณะดีเอ็นเอของม้าโดยปรากฏผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของพ่อม้าไดแลน แม่ม้าและลูกม้าอีซี่บีทส์ว่าผลการตรวจไม่ขัดแย้ง ซึ่งแสดงว่าลูกม้าอีซี่บีทส์เป็นลูกม้าของพ่อม้าไดแลน และสำนักงานสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่งแห่งประเทศไทยได้รับจดทะเบียนให้ลูกม้าอีซี่บีทส์ และออกสมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่ง โดยระบุชื่อพ่อม้าไดแลน และโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง