ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 3491/2559

หลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องมีคำขอให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เนื่องจากผู้คัดค้านไม่ชำระเงินให้แก่ผู้ร้องเป็นการขอบังคับเกินไปกว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นการร้องขอที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไม่อาจมีคำพิพากษาบังคับเกินคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำพิพากษาบังคับให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดอันเป็นที่สุด บันทึกแก้ไขคำชี้ขาดอันเป็นที่สุด และใบรับรองของนายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดถึงวันยื่นคำร้องขอรวมเป็นเงินจำนวน 1,217,867.49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมกับดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,217,867.49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับตั้งแต่วันถัดจากวันยื่นคำร้องขอจนถึงวันที่ผู้คัดค้านชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องจนครบถ้วน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ และยกคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย แก่ผู้ร้องพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.33 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับจากวันที่ 11 มีนาคม 2554 (ค.ศ.2011) ซึ่งเป็นวันที่เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการดังกล่าวจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 (ค.ศ.2012) ซึ่งเป็นวันที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด แต่ไม่เกินจำนวน 53,235.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมเป็นเงินไม่เกินจำนวน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายในคดีแก่ผู้ร้องจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมเป็นเงินที่ผู้คัดค้านต้องชำระไม่เกินจำนวน 1,160,357.43 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายไทยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนไม่เกิน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 6 กันยายน 2555 อันเป็นวันถัดจากวันที่ผู้คัดค้านได้รับบันทึกคำแก้ไขคำวินิจฉัยถึงที่สุดจากศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันของต้นเงินจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 19 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้รับใบรับรองของนายทะเบียน ศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ผู้คัดค้านจะชำระหนี้แก่ผู้ร้องเสร็จสิ้น กรณีชำระเป็นเงินบาท ให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ขายให้แก่ลูกค้าในวันที่ใช้เงิน ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงินจริง ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราถัวเฉลี่ยเช่นว่าก่อนวันดังกล่าว ในกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งให้ทราบถึงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ (อัตราอ้างอิง) ก็ให้ใช้อัตราดังกล่าวเป็นเกณฑ์คำนวณ ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 150,000 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 ผู้คัดค้านแต่งตั้งผู้ร้องเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่ายข้าวขาวและข้าวหอมมะลิไทยในประเทศเครือรัฐออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลาสามปีนับแต่วันที่ 20 มกราคม 2552 ตามสัญญาแต่งตั้งตัวแทน (Sole Agency Agreement) พร้อมคำแปล ตามสัญญาดังกล่าวข้อ 18 ระบุว่า "ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้ รวมถึงข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวกับการมีอยู่ การมีผลสมบูรณ์ หรือการสิ้นสุดลง ให้เสนอและหาข้อยุติตามข้อบังคับของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ (ข้อบังคับเอสไอเอซี) ที่ใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น โดยข้อบังคับดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจากการอ้างอิงถึงในข้อนี้" ต่อมาผู้ร้องเกิดข้อพิพาทกับผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์พิจารณา ผู้ร้องและผู้คัดค้านเข้าร่วมกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์มีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องจำนวน 693,917 ดอลลาร์อสเตรเลีย โดยมีรายละเอียดดังนี้ (1) จำนวน 209,050 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับรายได้ที่ผู้ร้องไม่ได้รับในส่วนของข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ (infested rice) ที่มีต้นทุนการจำหน่าย (2) จำนวน 157,943 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับการสูญเสียผลกำไรจากข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ซึ่งมีต้นทุนการจำหน่ายทั้งหมดโดยไม่รวมค่าขนส่งไปยังไอจีเอ ดิสตริบิวชัน (3) จำนวน 293,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการสูญเสียผลกำไรอันเป็นผลต่อเนื่อง (4) จำนวน 33,924 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ และให้ผู้คัดค้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2559 · ทนอย Thanoy