ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566

ฎีกาที่ 3525/2566

หลักกฎหมาย

คำร้องของผู้ร้องคดีก่อนมีประเด็นแห่งคดีว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันมาจากเจ้าหนี้ ซึ่งได้เคยนำหนี้มีประกันดังกล่าวมายื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ จะยื่นคำร้องเพื่อขอให้ผู้คัดค้านยึดทรัพย์หลักประกันและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้หรือไม่ ส่วนคำร้องของผู้ร้องคดีนี้ มีประเด็นว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีนี้ อันเป็นการใช้สิทธิ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 745 และ ป.วิ.พ. มาตรา 324 หรือไม่ คำร้องในคดีนี้มีประเด็นแห่งคดีแตกต่างกับคำร้องในคดีเดิม คำร้องของผู้ร้องคดีนี้จึงไม่เป็นคำร้องซ้ำกับคดีดังกล่าว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด และวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 มีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมีบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในมูลหนี้จำนองจำนวนวงเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว โดยคิดดอกเบี้ยย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี เป็นเงิน 1,425,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,925,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราและต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ผู้ร้องได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินหลักประกัน กับให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด โดยมีสิทธิหักส่วนได้ใช้แทนในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) วันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 แต่สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้รายที่ 8 คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้รายที่ 8 จะใช้สิทธิของตนในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้รายที่ 8 วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินหลักประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ผู้คัดค้านมีความเห็นว่าบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย เจ้าหนี้รายที่ 8 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แล้ว จึงไม่อาจใช้สิทธิเหนือที่ดินทรัพย์จำนองตามมาตรา 95 อีกต่อไป ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เข้าสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้รายที่ 8 จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 95 อีกต่อไปเช่นกัน และมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันของจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 และให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคดีนี้หรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องไม่เป็นการยื่นคำร้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ สล 7/2562 ของศาลล้มละลายกลาง และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิจำนองมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด วันที่ 5 กันยายน 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 8 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 17384 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 8 ตามความเห็นของผู้คัดค้าน ที่มีความเห็นว่า สำหรับบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าว หากเจ้าหนี้คงมีสิทธิบังคับจำนองเพียงใดชอบที่เจ้าหนี้จะใช้สิทธิในทางแพ่งต่อไป เจ้าหนี้รายที่ 8 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษายกอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2556 ส่งผลให้เจ้าหนี้รายที่ 8 ไม่อาจได้รับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) แต่เจ้าหนี้รายที่ 8 ยังคงมีบุริมสิทธิจำนองเหนือทรัพย์หลักประกันดังกล่าว และคงใช้สิทธิของเจ้าหนี้รายที่ 8 ในฐานะเจ้าหนี้จำนองตามกฎหมายแพ่งได้ต่อไป เมื่อผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 2 และบุริมสิทธิจำนองเหนือที่ดินหลักประกันดังกล่าวมาจากเจ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง