คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2531
ฎีกาที่ 3537/2531
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยที่ 1 ซื้อเฮโรอีนตามที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ใช้แล้วโยนเฮโรอีนข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งต้องขังอยู่ยังจุดนัดหมาย แต่เจ้าพนักงานเรือนจำมาพบเสียก่อนถือได้ว่าเป็นการจ่ายแจก ตามความหมายของคำว่า "จำหน่าย"ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนและจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าว
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 80ป.อ. 84พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 66พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 67
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 84, 92 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 97, 102 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 67 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 วรรคสอง ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งมีโทษหนักที่สุดจำคุกคนละ 6 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด9 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปีจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 4 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15, 67 จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 ให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 จะเป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีนหรือไม่ และจำเลยที่ 2ที่ 3 จะมีความผิดฐานใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าวหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดลพบุรีได้ใช้ให้จำเลยที่ 1 ซื้อเฮโรอีนของกลางแล้วโยนข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยังจุดที่นัดหมายกันไว้ แต่เจ้าพนักงานเรือนจำมาพบเสียก่อน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4คำว่า "จำหน่าย" หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้การที่จำเลยที่ 1 ซื้อเฮโรอีนตามที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ใช้วานแล้วโยนเฮโรอีนดังกล่าวข้ามกำแพงเรือนจำไปให้จำเลยที่ 2 ที่ 3ยังจุดนัดหมายนั้น ถือได้ว่าเป็นการจ่ายแจกเฮโรอีน อันเป็นการจำหน่ายตามความหมายของกฎหมายแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1จึงเป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเฮโรอีน และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดเพียงฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง และจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฐานดังกล่าวไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนักที่สุดให้จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำคุกคนละ 4 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง