ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 3557/2538

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินพิพาทจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของตึกแถวและที่ดินพิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับศ. และอ.เป็นโมฆะโดยศ. และอ. รับซื้อฝากที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยจำเลยไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเป็นการต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์เป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมแต่เมื่อมีผลกระทบถึงสิทธิของศ. และอ. บุคคลภายนอกที่มิได้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วยจึงเป็นฟ้องแย้งที่ไม่อาจบังคับได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายโดยอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 883 และ 1329 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 2381 และ 25/6 ซึ่งปลูกในที่ดินดังกล่าว จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านพิพาท ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยขายฝากที่ดินพิพาทไว้กับนางสาวศิวพรร สุวรรณเกษร และนางสาวอัญชลี เสมาขันธ์จำเลยไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทที่จะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางสาวศิวพร สุวรรณเกษรและนางสาวอัญชลี เสมาขันธ์ เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้น สั่ง รับคำ ให้การ แต่ ไม่รับฟ้อง แย้ง จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ศาลพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางสาวศิวพร สุวรรณเกษรและนางสาวอัญชลี เสมาขันธ์เป็นโมฆะนั้น เป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินพิพาท ซึ่งจำเลยก็ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของตึกแถวและที่ดินพิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางสาวศิวพรและนางสาวอัญชลีเป็นโมฆะ จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเลยฟ้องแย้งโจทก์ในเรื่องสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทที่โจทก์ทำกับนางสาวศิวพรและนางสาวอัญชลี ซึ่งรับซื้อฝากที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยจำเลยไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการต่อสู้ว่า จำเลยมีสิทธิในที่ดินที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยดีกว่าโจทก์เพราะที่ดินพิพาทยังเป็นของจำเลย จึงเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม แต่ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ศาลพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางสาวศิวพรและนางสาวอัญชลีเป็นโมฆะนั้นเป็นฟ้องแย้งที่มีผลกระทบถึงสิทธิของนางสาวศิวพรและนางสาวอัญชลีบุคคลภายนอกที่มิได้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วยจึงเป็นฟ้องแย้งที่ไม่อาจบังคับได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2538 · ทนอย Thanoy