คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 357/2551
หลักกฎหมาย
แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าได้ชี้เบาะแสและให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนว่าซื้อของกลางมาจาก ห. จนทำให้เจ้าพนักงานตำรวจขยายผลเพื่อจับกุม ห. แต่เป็นการตอบคำถามของพนักงานสอบสวนที่ถามว่าซื้อมาจากที่ใดเท่านั้น โดยจำเลยที่ 1 มิได้ให้รายละเอียดถึงสถานที่อยู่ว่าอยู่ที่ใดอันจะทำให้เจ้าพนักงานตำรวจสามารถขยายผลเพื่อทำการจับกุมตัว ห. ได้ ทั้งตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่ามีการขยายผลตามที่จำเลยที่ 1 อ้าง จึงไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยที่ 1 ให้น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 4,800,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 2,400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,200,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับโทษปรับนั้น ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 1,200,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งและหนึ่งในสามตามลำดับแล้ว คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 600,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 800,000 บาท คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0-6201-4559 ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจร่วมกันจับกุมจำเลยทั้งสองและยึดได้เมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 1,400 เม็ด น้ำหนัก 130.09 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 24.98 กรัม โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อซีเมนส์ หมายเลข 0-6209-1265 และยี่ห้อโนเกีย หมายเลข 0-6201-4559 เป็นของกลาง คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ร้อยตำรวจเอกไชยกฤษณ์และสิบตำรวจเอกสมทิตย์พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสองเบิกความยืนยันตรงกันว่า ขณะจับกุมจำเลยที่ 1 นั้น ยึดเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ได้เพียง 600 เม็ด และจำเลยที่ 1 เป็นผู้บอกเองว่ายังมีเมทแอมเฟตามีนอีก 700 - 800 เม็ด ที่ห้อง 309 ของโรงแรมไมเคิลอินน์โดยให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่รักของจำเลยที่ 1 เผ้าไว้ และพาไปที่ห้องดังกล่าวโดยจำเลยที่ 1 ใช้กุญแจไขเข้าไปก็พบจำเลยที่ 2 นอนดูโทรศัพน์อยู่บนเตียง ที่หัวเตียงมีถุงพลาสติกภายในมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 800 เม็ด เมื่อแจ้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพจึงได้ทำบันทึกการจับกุมไว้ ซึ่งในบันทึกการจับกุมมีรายละเอียดที่จำเลยทั้งสองรับว่ารับเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากเอเย่นต์ที่จังหวัดนครสวรรค์ในราคาถุงละ 6,000 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 8,000 บาท และตามบันทึกการจับกุมดังกล่าวก่อนให้จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อก็มีความข้อความบันทึกว่า "ได้อ่านบันทึกให้ผู้ต้องหาฟังแล้วรับว่าถูกต้องจึงให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ" และจำเลยทั้งสองก็มิได้โต้เถียงว่าลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุมโดยมิได้สมัครใจหรือถูกบังคับขู่เข็ญทำร้ายหรือหลอกลวงแต่อย่างใด จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมด้วยความสมัครใจและข้อความในบันทึกการจับกุมตรงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จำเลยทั้งสองเป็นคนบ้านเดียวกันแม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่ามิได้เป็นสามีภริยากันแต่การที่มาพักโรงแรมในห้องเดียวกัน พฤติการณ์ที่ปฏิบัติต่อกันดังกล่าวแสดงว่ามีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นสามีภริยากันตรงตามกับที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสองให้การรับว่าเป็นคู่รักกัน ทั้งในชั้นฎีกาจำเลยที่ 2 ก็ฎีการับว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 อย่างชู้สาว พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นที่เห็นได้ว่าการที่จำเลยทั้งสองร่วมเดินทางมาด้วยกันก็เพื่อนำเมทแอมเฟตามีนมาจำหน่าย ไม่ใช่เพียงบังเอิญมาพบกันแล้วจำเลยที่ 1 ชวนไปเที่ยวทะเลที่พัทยาอย่างที่จำเลยที่ 2 อ้าง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่ควรที่จะพักห้องเดียวกัน การที่พักอยู่ห้องเดียวกันและลักษณะของการวางถุงที่ภายในมีเมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ถึง 800 เม็ด บนหัวเตียงที่จำเลยที่ 2 นอนอยู่ แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันและร่วมเดินทางมาด้วยจุดประสงค์ดังกล่าวข้างต้น โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อกับผู้ซื้อและเป็นผู้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ 2 เฝ้าดูแลเมทแอมเฟตามีนส่วนที่เหลืออยู่ในห้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง