คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2531
ฎีกาที่ 3578/2531
หลักกฎหมาย
ป. นำเอาลูกระเบิดมือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ย่อมแสดงว่าเป็นของที่ ป. นำมาเองอันแสดงถึงความเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวและตามสภาพที่เป็นลูกระเบิดมือลูกเดียวเป็นของมีไว้ผิดกฎหมายต้องซุกซ่อนไว้ การได้มารวมตลอดถึงการใช้ก็ย่อมเป็นเรื่องตัวคนเดียว มีโอกาสที่จะมีร่วมกันได้ยาก เพียงแต่จำเลยได้รับลูกระเบิดมือที่ ป. โยนไปยังจำเลยแล้วโยนขึ้นฟ้าและโยนกลับไปให้ ป. แม้จะถือว่าเป็นการโยนเล่นด้วยกันก็ยังไม่พอถือว่าเป็นการร่วมมีลูกระเบิดมือกับ ป.
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 83พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 55พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78 ที่แก้ไขแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,83 ริบลูกระเบิดขว้างของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 55, 78 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุนายสุรัตน์พบจำเลยอยู่กับนายปราโมทย์ นายปราโมทย์นำลูกระเบิดมือลูกหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงและโยนขึ้นไปบนอากาศหลายครั้งแล้วโยนให้จำเลยรับ จำเลยรับแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศครั้งหนึ่งแล้วโยนกลับไปให้นายปราโมทย์ซึ่งโยนลูกระเบิดมือเล่นอีกหลายครั้งจนตกลงไปที่พื้นดินนายสุรัตน์ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ นายปราโมทย์เอาลูกระเบิดมือไปซ่อนไว้ที่บริเวณคันนา เจ้าพนักงานตำรวจไปยังที่เกิดเหตุ ค้นตัวนายปราโมทย์และจำเลย ไม่พบอะไร ต่อเมื่อไปค้นที่บริเวณคันนาจึงพบลูกระเบิดมือของกลางแล้วได้ตามจับจำเลยกับนายปราโมทย์มาได้ ได้ดำเนินคดีแก่นายปราโมทย์เป็นอีกคดีหนึ่ง นายปราโมทย์ให้การรับสารภาพว่าลูกระเบิดมือเป็นของตน ศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์เช่นนี้เห็นว่าโจทก์มิได้นำสืบข้อเท็จจริงใด ที่แสดงว่าจำเลยได้ร่วมมีลูกระเบิดมือของกลางกับนายปราโมทย์ ที่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่านายปราโมทย์นำเอาลูกระเบิดมือออกมาจากกระเป๋ากางเกงย่อมแสดงว่าเป็นของที่นายปราโมทย์นำมาเองอันแสดงถึงความเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ตามสภาพที่เป็นลูกระเบิดมือลูกเดียวเป็นของมีไว้ผิดกฎหมาย ต้องซุกซ่อนไว้ การได้มารวมตลอดถึงการใช้ก็ย่อมเป็นเรื่องตัวคนเดียว มีโอกาสที่จะมีร่วมกันได้ยากเพียงแต่จำเลยได้รับลูกระเบิดมือที่นายปราโมทย์โยนไปยังจำเลยแล้วโยนขึ้นฟ้าและโยนกลับไปให้นายปราโมทย์ แม้จะถือว่าเป็นการโยนเล่นด้วยกัน ก็ยังไม่พอถือว่าเป็นการร่วมมีลูกระเบิดมือของกลางกับนายปราโมทย์ นอกจากนี้นายปราโมทย์ถูกฟ้องและได้รับสารภาพว่าลูกระเบิดมือเป็นของตน และได้มาเป็นพยานจำเลยเบิกความในทำนองว่า นายปราโมทย์เป็นเจ้าของลูกระเบิดมือของกลางแต่ผู้เดียวพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่พอฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดมือของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง