คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549
ฎีกาที่ 3592/2549
หลักกฎหมาย
ป.รัษฎากร มาตรา 91/1 (4) บัญญัติความหมายของคำว่า "ขาย" ว่า หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อหรือจำหน่าย จ่าย โอนไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ ตามบทนิยามดังกล่าวเห็นได้ว่าแม้ที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตที่จะต้องเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงเทศบาล สายรามคำแหงตอนสะพานข้ามคลองลาดบัวขาว - บรรจบถนนสุวินทวงศ์ พ.ศ.2537 และการที่โจทก์โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่กรุงเทพมหานครเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ก็ตาม ก็ยังเป็นการโอนจึงเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/1 (4) โจทก์จำเป็นต้องมีที่ดินไว้ใช้ในการประกอบกิจการ เพราะต้องใช้เป็นศูนย์บริการลูกค้า ไม่ใช่มีไว้เพื่อขาย ประกอบกับโจทก์ต้องโอนทรัพย์เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาออกมากำหนดให้ที่ดินที่โอนนั้นอยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ซึ่งหากโจทก์ไม่ตกลงกับเจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกเวนคืน การที่โจทก์ยอมตกลงโอนที่ดินภายใต้สภาพบังคับเช่นนี้ย่อมไม่ใช่การโอนโดยเจตนาหรือเพื่อประโยชน์ในกิจการของโจทก์ จึงไม่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/2 (6)
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2545 โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) จากเจ้าพนักงานประเมินภาษีสรรพากรศูนย์บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ของจำเลยรวม 3 ฉบับ ทุกฉบับลงวันที่ 26 เมษายน 2545 รวมภาษีที่ต้องชำระเป็นเงินทั้งสิ้น 696,924.31 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของจำเลยดังกล่าว จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยเหมือนกันทั้ง 3 ฉบับ ว่า โจทก์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร การประเมินของเจ้าพนักงานถูกต้องและชอบแล้ว กรณีมีเหตุอันควรผ่อนผันจึงพิจารณาลดเบี้ยปรับให้คงเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย ส่วนเงินเพิ่มตามการประเมินเป็นเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อาจพิจารณางดหรือลดให้ได้ โจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2546 โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เพราะการขายจะต้องเกิดจากความสมัครใจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 แต่กรณีของโจทก์เป็นการบังคับขาย มิได้เกิดจากความสมัครใจ จึงไม่เป็นการขาย ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกจากนี้ตามประมวลรัษฎากรรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องเป็นรายรับอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ เงินค่าทดแทนที่ดินไม่ใช่รายรับอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ เงินค่าทดแทนที่ดินไม่ใช่รายรับอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ต้องยื่นขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/10 วรรคห้า แต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่ได้เรียกให้โจทก์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะเจ้าพนักงานประเมินไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา 91/10 วรรคหนึ่งถึงวรรคสี่ได้ นอกจากนี้กรณีของโจทก์ยังเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 มาตรา 3 (6) (ก) ด้วย โจทก์ได้รับเช็คค่าทดแทนที่ดินเมื่อเดือนสิงหาคม 2544 การที่จำเลยประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะโจทก์สำหรับเงินค่าทดแทนที่ดินในเดือนกรกฎาคม 2544 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เลขที่ ตส.2/01005290/6/000003 เลขที่ ตส.2/01005290/6/000004 และเลขที่ ตส.2/01005290/6/000005 ลงวันที่ 26 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ ภญ. (อธ.1)/2/2545 ภญ. (อธ.1)/3/2545 และเลขที่ ภญ. (อธ.1)/4/2545 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2545 จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5045 และ 53456 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ที่ดินทั้ง 2 แปลง จะต้องเวนคืนบางส่วนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงเทศบาลสายรามคำแหง ตอนสะพานข้ามคลองลาดบัวขาว - บรรจบถนนสุวินทวงศ์ พ.ศ.2537 แปลงละ 59 ตารางวา ตามสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลง ดังกล่าวเจ้าพนักงานที่ดินได้บันทึกว่าแบ่งขายบางส่วนเป็นจำนวนเนื้อที่ 59 ตารางวา ตกเป็นของทางหลวงเทศบาลสายถนนรามคำแหง โดยการซื้อขายตามนัยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 การที่โจทก์โอนที่ดินทั้ง 2 แปลง ดังกล่าวให้แก่กรุงเทพมหานคร อยู่ในความหมายของคำว่า "ขาย" ตามมาตรา 91/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ที่บัญญัติว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึง สัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอน ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ซึ่งบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรดังกล่าวเป็นบทบัญญัติพิเศษแตกต่างไปจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 และ 149 โจทก์จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ได้ เนื่องจากคำว่า "ขาย" ตามมาตรา 91/1 (4) ไม่จำต้องเกิดจากความสมัครใจเสมอไป การขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจะคุ้มแก่ความเสียหายหรือไม่และมีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหากำไรหรือไม่ก็ตาม หากเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 แล้ว ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรทั้งสิ้น ซึ่งกรณีของโจทก์เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ ตามมาตรา 3 (5) ดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร การถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 3 (6) (ก) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 นั้น ต้องเป็นกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 3 (1) (2) (3) (4) และ (5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง