คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2546
ฎีกาที่ 3616/2546
หลักกฎหมาย
จำเลยได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว แต่การที่จำเลยจะใช้อาคารที่จำเลยก่อสร้างนั้นต้องได้รับการตรวจสอบและใบรับรองให้ใช้อาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน การที่จำเลยยังไม่ได้รับใบรับรองให้ใช้อาคารแต่กลับเข้าใช้อาคารจึงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 วรรคสาม ฐานใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้โดยไม่ได้ใบรับรองให้ใช้อาคารซึ่งเป็นเจตนากระทำผิดกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นการเข้าใช้ในกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง หรือเข้าใช้เพื่อกิจการอื่นต่างจากที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือไม่ จำเลยใช้อาคารดำเนินกิจการโรงแรมซึ่งเป็นอาคารควบคุมการใช้เช่นเดียวกับที่จำเลยใช้เพื่อดำเนินกิจการพาณิชยกรรมตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32(1)(2)แต่การจะเปลี่ยนการใช้อาคารเป็นโรงแรม ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบก่อนตามมาตรา 33 วรรคสอง เมื่อจำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบก่อนจึงเป็นการฝ่าฝืนใช้อาคารที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรมไปใช้เพื่อกิจการอื่น อันเป็นความผิดตามมาตรา 32 วรรคท้าย และมาตรา 33 วรรคสองอีกกระทงหนึ่ง จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ระงับการใช้อาคารที่ยังไม่ได้รับใบรับรองให้ใช้อาคาร และฐานเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ระงับการใช้อาคารส่วนที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้อาคารฯ เป็นความผิดหลายกรรมแยกต่างหากจากกันได้ แม้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแจ้งคำสั่งให้ระงับการใช้อาคารทั้งสองลักษณะให้จำเลยทราบพร้อมกันและจำเลยได้ฝ่าฝืนคำสั่งในขณะเดียวกันก็ตาม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ใช้อาคารเพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุในใบอนุญาตจำคุก2 เดือน ปรับ 40,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคสอง ที่ให้ปรับจำเลยอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องจึงเป็นการไม่ถูกต้อง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้ทำการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง 7 ชั้น 1 หลัง ที่ถนนรัตนโกสินทร์ ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยและหอพัก อันเป็นอาคารเพื่อกิจการพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ตามใบอนุญาตเลขที่ 181/2539 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2539 ต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ 28 มกราคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ และเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ตรวจสอบอาคารในวันเดียวกันแล้วจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม2540 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ ได้ใช้อาคารดังกล่าวเป็นสถานที่ประกอบธุรกิจการค้าและบริการของจำเลย โดยจำเลยยังไม่ได้รับรองจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ใช้อาคารดังกล่าวอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์2540 เจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการใช้อาคารของจำเลย นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นต้นไปโดยได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารเพื่อการพาณิชยกรรมอันเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยยังคงใช้อาคารเป็นสถานที่ประกอบธุรกิจการค้าและบริการของจำเลยโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ใช้อาคารโดยออกใบรับรองการใช้อาคารให้แก่จำเลยต่อไปอีก ในระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2540จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2540 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา เป็นเวลารวม293 วัน โดยจำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ให้กระทำได้ตามกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กับเมื่อระหว่างวันที่ 28 มกราคม 2540 ภายหลังจากจำเลยก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2540 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างเป็นที่พักอาศัยและหอพัก อันเป็นอาคารเพื่อการพาณิชยกรรมซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้แล้วได้ใช้อาคารดังกล่าวเป็นสถานที่ประกอบกิจการโรงแรมของจำเลย โดยใช้ชื่อว่าโรงแรมสุวรรณกิตต์อันเป็นกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารโดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เปลี่ยนประเภทการใช้อาคารเป็นการใช้สำหรับเป็นโรงแรมและไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ให้กระทำได้ตามกฎหมายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2540 เจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการใช้อาคารของจำเลยนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับแจ้งคำสั่งเป็นต้นไป โดยได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วเมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารเพื่อการพาณิชยกรรมอันเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยยังคงใช้อาคารเป็นสถานที่ประกอบกิจการโรงแรมของจำเลยโดยใช้ชื่อว่าโรงแรมสุวรรณกิตต์ โดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เปลี่ยนประเภทการใช้อาคารเป็นการใช้สำหรับเป็นโรงแรมต่อไปอีกในระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2540 จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2540 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา เป็นเวลารวม 293 วัน และยังคงฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง โดยจำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ให้กระทำได้ตามกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลป่าตันอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 32, 33, 44, 47, 47 ทวิ, 65, 67, 69, 70 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58, 91 บวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4647/2540ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ และปรับจำเลยเป็นรายวัน วันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่จำเลยยังฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 32 วรรคสามและวรรคท้าย, 33 (ที่ถูก 33 วรรคสอง), 44, 65, 67,70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้อาคารโดยไม่ได้ใบรับรองให้ใช้อาคาร(ที่ถูก ฐานใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้โดยไม่ได้รับใบรับรองให้ใช้อาคาร) จำคุก2 เดือน ปรับ 40,000 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง (ที่ถูก ฐานเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ระงับการใช้อาคารส่วนที่ยังไม่ได้รับใบรับรองให้ใช้อาคาร) จำคุก 4 เดือน ปรับ 60,000 บาท และปรับวันล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง