คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554
ฎีกาที่ 3616/2554
หลักกฎหมาย
ไม่มีบทกฎหมายใดที่บัญญัติให้ถือว่าการที่เทศบาลนครจำเลยรับคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ของโจทก์ไว้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยแล้ว เป็นการรับรองว่าผู้ลงลายมือชื่อในคำร้องมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และเป็นกรณีที่จำเลยไม่มีสิทธิที่จะกลับมาอ้างว่าคำร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลัง หากจำเลยพบในภายหลังถึงเหตุที่ทำให้คำร้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้ลงลายมือชื่อในคำร้องไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ จำเลยก็ย่อมมีสิทธิยกขึ้นกล่าวอ้างโต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ ป. มิได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์หรือได้รับมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ให้ลงนามแทนในคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ ป. ยื่นต่อจำเลย เป็นการยื่นคำร้องที่ผู้รับประเมินมิได้ลงนามหรือมอบฉันทะเป็นลายลักษณ์อักษรให้ตัวแทนลงนาม จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 26 และมาตรา 27 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลตามมาตรา 7 (1) และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 7พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 8พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 25พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 27พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 37
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมดเพียงผู้เดียว เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เดิมโจทก์มีชื่อว่า "องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย" เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคนนาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการโทรศัพท์เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์และโทรศัพท์สาธารณะ ตลอดจนธุรกิจอื่นที่ต่อเนื่องใกล้เคียงกันหรือที่เป็นประโยชน์แก่กิจการโทรศัพท์อันเป็นกิจการสาธารณูปโภคและหรือสาธารณูปการของรัฐบาลมีอำนาจให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์ในเรื่องเครื่องโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์สาธารณะ อุปกรณ์เครื่องใช้ และเครื่องบริการต่างๆ การดำเนินกิจการต้องคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสมแล้ว เหลือเท่าใด ต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ กิจการโทรศัพท์สาธารณะจึงเป็นกิจการของรัฐบาล ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477 ประกอบมาตรา 11 และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 ปี 2545 โจทก์ได้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี โดยให้แปลงสภาพ "ทุน" ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาเป็น "หุ้น" ในรูปบริษัทมหาชนจำกัด แต่ยังคงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ และให้โจทก์รับไปซึ่งกิจการ สิทธิ หน้าที่ หนี้ ความรับผิด และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดตลอดจนกิจการโทรศัพท์สาธารณะขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติรองรับให้โจทก์ยังคงมีอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ตามที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเคยมีอยู่ตามกฎหมายจัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและตามกฎหมายอื่นให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป ต่อมาโจทก์จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจาก "บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)" เป็น "บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน)" โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตู้โทรศัพท์สาธารณะและเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศไทยรวมทั้งในเขตจำเลย เครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่โจทก์ให้บริการแก่ประชาชนมีอยู่ 3 ชนิด คือ ชนิดใช้การ์ดหรือบัตรโทรศัพท์ ชนิดหยอดเหรียญ และชนิดใช้การ์ดหรือบัตรโทรศัพท์และหยอดเหรียญ ซึ่งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะนี้ติดตั้งไว้ในอาคารที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปได้หรืออาจติดตั้งนอกอาคารก็ได้โจทก์จะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะเอาไว้เพื่อความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนในการเข้าไปใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะที่มีการติดตั้งนอกอาคาร โดยตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าวมีลักษณะเป็นตู้กระจกใสขอบอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยมทรงสูง ส่วนบนปิดทึบ ภายในตู้มีกล่องเหล็กสำหรับติดเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ขาตู้กระจกทั้งสี่ขาถูกยึดด้วยนอตติดบนแท่นคอนกรีตสี่เหลี่ยมหนาสำเร็จรูป แท่นคอนกรีตนี้บางแท่นวางอยู่บนทางเท้าหรือพื้นดินโดยไม่ได้ใช้ปูนซีเมนต์ฉาบรอบขอบฐานแท่นคอนกรีตติดทางเท้าหรือพื้นดิน บางแท่นวางอยู่บนทางเท้าหรือพื้นดินโดยใช้ปูนซีเมนต์ฉาบบางๆ รอบขอบฐานแท่นคอนกรีต เพื่อป้องกันมิให้ฝุ่นละอองสะสมใต้ฐานหรือก่อให้เกิดความสกปรกแก่ทางเท้าหรือพื้นถนน ตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าวสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายโดยการยกตู้โทรศัพท์สาธารณะพร้อมแท่นคอนกรีตไปได้โดยไม่เสียรูปทรง สำหรับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีแท่นคอนกรีตฉาบด้วยปูนซีเมนต์บางๆ รอบขอบฐานดังกล่าวก็เพียงกะเทาะเอาปูนซีเมนต์ที่ฉาบบางๆ ออกก็สามารถยกเคลื่อนย้ายตู้โทรศัพท์สาธารณะพร้อมแท่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยง่ายไม่เสียรูปทรงเช่นกัน แม้ไม่มีแท่นคอนกรีตสี่เหลี่ยมหนาที่ฐานตู้โทรศัพท์สาธารณะก็สามารถตั้งอยู่บนพื้นดินหรือทางเท้าได้แต่ไม่สวยงาม วันที่ 23 มีนาคม 2549 จำเลยแจ้งรายการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์ทั่วเขตพื้นที่เทศบาลจำเลย ประจำปีภาษี 2546 ถึง 2549 โดยประเมินค่ารายปีปีละ 302,400 บาท พร้อมแจ้งให้โจทก์ชำระค่าภาษีเป็นเงินปีละ 37,800 บาท รวมเป็นเงิน 151,200 บาท วันที่ 30 มีนาคม 2549 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ วันที่ 21 สิงหาคม 2549 โจทก์ได้รับใบแจ้งคำชี้ขาดจากจำเลยว่าชี้ขาดยืนตามการประเมิน โจทก์ไม่เห็นด้วยตู้โทรศัพท์สาธารณะของโจทก์ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างติดตรึงตราถาวรกับที่ดิน จึงไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน การติดตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้บริการไม่จำเป็นต้องติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะเสมอไป อาจทำเพียงติดตั้งในลักษณะแขวนไว้ที่เสาพร้อมติดแผงกันน้ำหรือแสงแดดเหนือเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ การติดตั้งในรูปของตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นรูปแบบการให้บริการที่คำนึงถึงความปลอดภัยขอ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง