ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2525

ฎีกาที่ 362/2525

หลักกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่กำหนดว่าในกรณีที่พนักงานมาทำงานในวันหยุดพิเศษ (วันหยุดตามประเพณี) นายจ้างตกลงจ่ายเงินให้ในอัตราสองเท่าของเงินเดือนและค่าบริการโดยเฉลี่ยเป็นรายวัน ส่วนการขาดงานให้ตัดเงินเดือนและค่าบริการโดยเฉลี่ยเป็นรายวันในกรณีที่พนักงานสายเกินกำหนด ซึ่งไม่ถือว่าขาดงานจะทำโทษเฉพาะตัดเงินเดือนเท่านั้น นั้น เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับระเบียบการทำงานเฉพาะในวันหยุดพิเศษ หรือวันหยุดประเพณี มิได้หมายความถึงการทำงานในวันทำงานตามปกติ ซึ่งมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยวางไว้ต่างหาก เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างได้กำหนดมาตรการในการลงโทษลูกจ้างผู้มาทำงานสายไว้เป็นลำดับซึ่งระดับโทษมีตั้งแต่ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างและเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยย่อมมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างที่มาทำงานสายเป็นประจำ ซึ่งนายจ้างได้ออกหนังสือเตือนหลายครั้งโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ การที่ลูกจ้างมาทำงานสายเป็นประจำและนายจ้างได้เตือนแล้วถือได้ว่าเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การ ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต นายจ้างย่อมมีสิทธิที่จะไล่ออกโดยมิพักต้อง บอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม2524 จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานอ้างว่าโจทก์มาทำงานสายเกินกำหนดเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหมวด 4 ข้อ 4 ซึ่งระบุว่า กรณีที่พนักงานมาทำงานเกินกำหนดซึ่งไม่ถือว่าขาดงานจะทำโทษได้เฉพาะตัดเงินเดือนเท่านั้น จำเลยจึงไม่อาจเลิกจ้างโจทก์ได้ และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ได้จ่ายค่าชดเชยและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ในขณะเลิกจ้าง หากไม่รับกลับเข้าทำงานให้จ่ายค่าชดเชยจำนวน 5,823 บาท และสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 2,782.10 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในบทที่ 8 ข้อ 8.1 ข โดยโจทก์มาทำงานสายเกินเวลาทำงานที่กำหนดไว้ทั้งที่จำเลยอะลุ้มอล่วยให้โจทก์มาทำงานสายได้ไม่เกิน 120 นาทีต่อเดือน แต่โจทก์ได้ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในปี พ.ศ. 2522 จำนวน 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2523 11 ครั้ง และในปี พ.ศ. 2524 จำนวน 2 ครั้ง จำเลยได้ออกใบเตือนและคาดโทษไว้แล้วว่า ถ้าฝ่าฝืนอีกจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เมื่อโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซ้ำอีก จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน บทที่ 8 ข้อ 8.3 ก. และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) กรณีที่พนักงานมาทำงานสายเกินกำหนดซึ่งไม่ถือว่าขาดงานจะทำโทษเฉพาะตัดเงินเดือนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหมวด 4 ข้อ 4 นั้น เป็นเรื่องการรักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับเงินค่าบริการมิให้ถูกตัดเนื่องจากมาทำงานสายเท่านั้น ไม่เป็นการตัดสิทธิจำเลยที่จะเลิกจ้างแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาจำเลยแถลงรับว่า มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างสหภาพแรงงานโรงแรมนารายณ์กับจำเลย ลูกจ้างของจำเลยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าวเกินกว่าสองในสาม การที่โจทก์มาทำงานสายจำเลยได้ตัดเงินเดือนโจทก์ตามบัญชีเงินเดือนในช่องบัญชีส่วนตัว จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์แถลงรับว่าจำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโจทก์มาทำงานสายเกิน 120 นาทีในหนึ่งเดือนและจำเลยได้ออกใบเตือนเรื่องมาทำงานสาย 10 ฉบับ ใบเตือนความประพฤติ 3 ฉบับ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์มาทำงานสายเป็นประจำและจำเลยได้เตือนเป็นหนังสือแล้ว ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเป็นการละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้างในเรื่องการมาทำงานสายเป็นอาจิณกระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหมวดที่ 4 ข้อ ที่กำหนดว่า "ในการที่พนักงานมาทำงานในวันหยุดพิเศษ (วันหยุดตามประเพณี) จำเลยตกลงจ่ายเงินให้ในอัตราสองเท่าของเงินเดือนและค่าบริการ โดยเฉลี่ยเป็นรายวันส่วนการขาดงานให้ตัดเงินเดือนและค่าบริการโดยเฉลี่ยเป็นรายวัน ในกรณีที่พนักงานมาทำงานสายเกินกำหนดซึ่งไม่ถือว่าขาดงาน จะทำโทษเฉพาะตัดเงินเดือนเท่านั้น" นั้น เห็นว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับระเบียบการทำงานเฉพาะวันหยุดพิเศษคำว่า "ทำงานสายเกินกำหนด" ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างข้อ 4 ดังกล่าวหมายถึงการทำงานในวันหยุดพิเศษหรือวันหยุดตามประเพณี มิได้หมายถึงการทำงานในวันทำงานตามปกติซึ่งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยวางระเบียบไว้แล้ว ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่า การมาทำงานสายกว่าเวลาทำงานที่กำหนดไว้เสมอ ๆ เป็นความผิดทางวินัย โดยบทที่ 8 ข้อ 8.1 ได้ระบุว่าพนักงานที่กระทำผิดทางวินัย ตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าวต่อไปนี้จะได้รับการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือถูกตัดค่าจ้าง ข. มาทำงานสายกว่าเวลาทำงานที่กำหนดไว้เสมอ ๆ ข้อ 8.2 พนักงานที่กระทำผิดทางวินัยตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าวต่อไปนี้จะได้รับการลงโทษให้พักงานชั่วคราวเป็นเวลา 1 - 6 วัน โดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างพักงาน ก.กระทำความผิดที่กำหนดไว้ในข้อ 8.1 ซ้ำเป็นครั้งที่สอง ข้อ 8.3 พนักงานที่กระทำความผิดทางวินัยตามที่กำหนดไว้ในข้อความดังต่อไปนี้ โรงแรมจะพิจารณาเลิกจ้างทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใด ๆ ก.กระทำความผิดที่กำหนดไว้ในข้อ 8.1 ซ้ำเป็นครั้งที่สาม หรือในข้อ 8.2 ซ้ำเป็นครั้งที่สอง โจทก์มาทำงานสายเกิน 120 นาที ใน 1 เดือนอยู่เสมอ กล่าวคือระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2522 ถึงวันที่ 20 มกราคม 2523 โจทก์มาทำงานสายรวม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2525 · ทนอย Thanoy