ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 3648/2555

หลักกฎหมาย

ไม้ประดู่แปรรูปของกลางตัดมาจากต้นประดู่ในที่ดินของจำเลยที่ 3 แม้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 จะมีไม้ประดู่แปรรูปซึ่งเป็นของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวไว้ในครอบครองก็ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 7, 48, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 84, 91 ริบของกลาง และจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48, 73 วรรคหนึ่ง, 74, 74 จัตวา ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีไม้ประดู่แปรรูปปริมาตรเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบไม้ประดู่ของกลาง ของกลางคืนเจ้าของและให้จ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของเงินค่าปรับแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งกำลังร่วมกันแปรรูปไม้สนและไม้กระถินเทพาซึ่งไม่ใช่ไม้ประดู่ตามฟ้อง และภายหลังได้มีการคืนไม้อื่นให้แก่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของไม้ไปแล้ว และมิใช่ไม้หวงห้าม จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่ผู้กระทำความผิดฐานแปรรูปไม้ประดู่ตามฟ้อง ซึ่งคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่พิพากษายกฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 กระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า นายนิพร เจ้าพนักงานป่าไม้ระดับ 5 เบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงวันได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปตรวจสอบไม้แปรรูปของกลาง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเห็นไม้ท่อนและไม้แปรรูปของกลางอยู่บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นไม้สนและไม้กระถินเทพา ส่วนไม้ประดู่แปรรูปมีการเก็บไว้ที่ใต้ถุนที่อาคารสถานีอนามัยกิ่งอำเภอแคนดง และเมื่อสังเกตสีของเนื้อไม้ประดู่เชื่อว่าทำการแปรรูปมาแล้วไม่เกิน 1 ปี นับจำนวนไม้ได้จำนวน 121 แผ่น ปริมาตร 0.25 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังพบไม้จิกท่อนหรือไม้เต็งซึ่งยังไม่มีการแปรรูป ขณะนั้นมีจำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้นำสำเนาโฉนดที่ดินมาให้พยานดูและแจ้งว่าไม้ของกลางตัดมาจากที่ดินที่จำเลยที่ 4 ที่ 5 ถือกรรมสิทธิ์ ต่อมามีจำเลยที่ 3 มารับว่าเป็นเจ้าของไม้ของกลางและรับว่าเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำการแปรรูปไม้ของกลาง แต่พยานเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่าไม้กระถินเทพาไม่ได้เป็นไม้หวงห้ามตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดไม้หวงห้าม ดังนั้น การแปรรูปไม้กระถินเทพาจึงไม่จำต้องขออนุญาต ต่อมาเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2548 นายสุชาติ ผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์ไม้ของศาลเบิกความว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ให้ทำการตรวจพิสูจน์ไม้ของกลาง และเมื่อไปถึงสถานีอนามัยบ้านโคกสว่าง กิ่งอำเภอแคนดง พบไม้เต็งของกลางจำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 2.59 ลูกบาศก์เมตร โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้นำตรวจว่าไม้ของกลางดังกล่าวเปรียบเทียบกับตอไม้ซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยที่ 4 ที่อ้างว่าได้ตัดไม้เต็งมาจากที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตั้งอยู่ที่ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ พบตอไม้ 2 ตอ ซึ่งเป็นตอไม้เต็ง ตอหนึ่งสามารถต่อเข้ากับท่อนไม้ของกลางซึ่งเป็นท่อนโคนได้ ส่วนอีกตอหนึ่งถูกไฟไหม้จึงไม่สามารถต่อกับท่อนโคนไม้ของกลางได้ โดยนายสุชาติมีความเห็นว่าไม้เต็งท่อนของกลางจำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 2.59 ลูกบาศก์เมตร เป็นไม้ที่ตัดออกจากตอไม้ในที่ดินตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างจริง และต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแคนดงให้ไปตรวจไม้ของกลาง ไม้ประดู่แปรรูปจำนวน 121 แผ่น ซึ่งผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าเป็นไม้ที่ตัดมาจากที่ดินมีโฉนด เมื่อพยานตรวจตอไม้ในที่ดินที่มีโฉนดดังกล่าวโดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำชี้ตอไม้ประดู่ที่เบิกความถึง ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่ามีการขุดตอแล้วลากขึ้นมาจากที่เดิม ตอไม้ดังกล่าวเป็นตอไม้ประดู่ซึ่งเป็นตอเก่ามีร่องรอยผุพังเสียหายจนไม่สามารถจะตรวจวิธีต่อโคนได้ ประกอบกับไม้ของกลางมีการแปรรูปเป็นแผ่นแล้ว แต่จากการตรวจสภาพทั่ว ๆ ไป ตอไม้ประดู่และไม้ประดู่ของกลางเป็นไม้ชนิดเดียวกัน จำนวนปริมาณของไม้ประดู่แปรรูปสอดคล้องกับตอไม้ที่ตรวจพบ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม้ประดู่ที่แปรรูปเป็นไม้ที่ตัดจากตอไม้ประดู่ในที่ดินที่นำชี้หรือไม่ ปรากฏตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์ และพยานเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่า นอกจากไม้ประดู่แล้วยังมีไม้สนซึ่งเป็นไม้สนปฏิพัทธ์ซึ่งไม่ใช่ไม้หวงห้าม และพันตำรวจโทวิญญู พนักงานสอบสวนเบิกความตอบทนาย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3648/2555 · ทนอย Thanoy