คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 3650/2534
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติ ญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 8กำหนดให้ผู้รับประเมินชำระค่าภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สินคือโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ นั้น ค่ารายปีที่โจทก์ยอมให้กำหนด เป็นค่ารายปีเฉพาะส่วนของโรงเรือน หาใช่รวมถึงค่ารายปีของที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนไม่.....เมื่อที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องนี้โจทก์มิได้ให้เช่า การที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดค่ารายปีของที่ดินส่วนนี้ เทียบเคียงกับอัตราการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ในการทำสวน จึงเป็นอัตราที่ที่ดินนี้สมควรจะให้เช่าได้ โจทก์ลดค่าเช่าท่าเทียบเรือโดยไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงต้องลดค่าเช่า จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันบ่งให้เห็นว่าค่าเช่าที่โจทก์ลดให้แล้ว มิใช่จำนวนเงินอันสมควรให้เช่าได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจแก้หรือคำนวณค่ารายปีเสียใหม่ตามค่าเช่าเดิมที่โจทก์เคยให้เช่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475มาตรา 8 วรรคสอง ค่ารายปีของโรงเรือน 7 รายการ พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดขึ้นโดยเทียบเคียงกับค่าเช่าของอาคารคลังสินค้าตามรายการที่ 1แต่เมื่อลักษณะสภาพและประโยชน์การใช้ไม่เหมือนกันไม่อาจบ่งให้เห็นว่าโรงเรือน 7 รายการนี้มีคุณค่าสูงกว่าโรงเรือนตามรายการที่ 1แม้พนักงานเจ้าหน้าที่จะกำหนดค่าเช่าต่อตารางเมตรน้อยกว่าก็ยังไม่อาจบ่งให้เห็นว่าเป็นค่าเช่าที่สมควรจะให้เช่าได้ ต้องนำค่ารายปีที่ล่วงแล้วมาเป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีตามมาตรา 18 และการที่โจทก์ยอมให้เพิ่มค่ารายปีสูงขึ้นอีกร้อยละ 2.5 ตามดัชนีราคาผู้บริโภคของปี 2529 แม้จะไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้นำดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าวมาคำนวณเพิ่มค่ารายปี แต่ดัชนีดังกล่าวก็เป็นเครื่องชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างหนึ่ง อันสมควรที่ทรัพย์สินดังกล่าวจะได้ค่าเช่าเพิ่มมากขึ้นในเมื่อจำเลยมิได้สืบให้เห็นถึงเหตุที่จะได้ค่าเช่ามากกว่านั้น เมื่อการเพิ่มค่ารายปีของโจทก์ เป็นการเพิ่มให้มากขึ้นกว่าค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วที่เป็นหลักในการคำนวณตามมาตรา 18 ทำให้โจทก์ต้องเสียภาษีมากขึ้นข้อโต้แย้งของโจทก์ที่ว่าไม่อาจนำค่ารายปีของอาคารคลังสินค้าตามรายการที่ 1 มาเปรียบเทียบและสมควรเพิ่มค่ารายปีจากค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วในอัตราร้อยละ 2.5 ตามดัชนีราคาผู้บริโภคของปี2529 จึงรับฟังได้ การที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดค่ารายปีของโรงเรือนอีก4 รายการ โดยเทียบเคียงกับค่าเช่าของอาคารคลังสินค้าตามรายการที่ 1 ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน แม้อาคารที่นำมาเทียบเคียงจะมีลักษณะสภาพและการใช้ประโยชน์ไม่เหมือนกัน แต่ก็พอจะใช้อาศัยเทียบเคียงได้ โรงเรือนทั้งสี่รายการดังกล่าวมีราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าอาคารคลังสินค้ามาก เมื่ออาคารคลังสินค้าให้เช่าได้ตารางเมตรละ 55 บาท ต่อเดือน ก็เป็นเหตุอันบ่งให้เห็นว่าค่าเช่าที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้โรงเรือน 4 รายการนี้ ให้เช่าได้ตารางเมตรละ 45 บาท ต่อเดือนเป็นค่าเช่าที่สมควรจะให้เช่าได้ ส่วนค่ารายปีของอาคารไซโลตามรายการที่ 8 พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดเท่าค่ารายปีที่ล่วงมาแล้ว โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าโรงเรือนหลังนี้ไม่อาจให้เช่าอันจะได้ค่าเช่าตามค่ารายปีที่ล่วงแล้ว ทั้งมิได้โต้แย้งการกรอกค่ารายปีในช่องค่ารายปีที่ล่วงแล้วในแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษี การที่โจทก์เพิ่มค่ารายปี ปี 2529 ของโรงเรือนทั้งห้ารายการนี้สูงขึ้นจากค่ารายปีเมื่อปี 2525 อัตราร้อยละ 26.32 ตามภาวะค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แต่ค่ารายปีของปี 2525มิใช่ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้ว (พ.ศ. 2528) ตามความหมายในพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 18 จึงไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้กำหนดค่ารายปีตามที่โจทก์อ้าง โรงเรือนทั้งห้ารายการ โจทก์ได้ติดตั้งเครื่องจักรอันเป็นส่วนควบที่สำคัญมาตั้งแต่ปี 2522 พนักงานเจ้าหน้าที่กรอกค่ารายปีของปีล่วงแล้วในแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีของโจทก์โดยมิได้ระบุว่าเป็นค่ารายปีเฉพาะโรงเรือน จึงต้องหมายรวมถึงค่ารายปีของส่วนควบดังกล่าวด้วย ค่ารายปีของปี 2529 ที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดขึ้นจึงเป็นค่ารายปีของทรัพย์สินรวมทั้งส่วนควบ ต้องลดลงเหลือหนึ่งในสาม
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 8พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 13พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 18
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนประจำปี 2529 จากเจ้าพนักงานเก็บภาษีของจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่ารายปีให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือน 23 รายการ เป็นเงิน 789,660 บาทโจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีดังกล่าว 15 รายการ โดยโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 รายการ ซึ่งโจทก์ให้ผู้อื่นเช่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 เรียกเก็บภาษีสูงกว่าที่โจทก์ควรเสียโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8 รายการ เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1กำหนดค่ารายปีสูงขึ้นจากปี 2528 มาก และอีก 5 รายการเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างประเภทติดตั้งเครื่องจักรใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมอันเป็นส่วนควบกับอาคารโรงเรือนนั้น เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1มิได้ลดหย่อนค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามก่อนคำนวณภาษีตามมาตรา 13แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 โจทก์ควรเสียภาษีเป็นเงินเพียง 379,650 บาท โจทก์ยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 2พิจารณาใหม่ จำเลยที่ 2 วินิจฉัยชี้ขาดยืนตามเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินที่เรียกเก็บเกินไป 243,854.43 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ให้ผู้อื่นเช่า รายการแรกโจทก์มิได้นำเนื้อที่ดินต่อเนื่องมาประเมินค่ารายปีด้วย รายการหลังเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์เสียภาษีเท่ากับที่โจทก์ต้องเสีย โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8 รายการที่อ้างว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 คิดค่ารายปีสูงกว่าปี 2528มากนั้น เจ้าพนักงาน.....ของจำเลยที่ 1 กำหนดค่ารายปีต่ำกว่าที่โจทก์ให้เช่าเสียอีกส่วนโรงเรือนอีก 5 รายการที่โจทก์อ้างว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 มิได้กำหนดค่ารายปีตามภาวะค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจ ทั้งมิได้ลดหย่อนค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามตามสิทธิของโจทก์นั้น เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 กำหนดโดยเทียบกับค่ารายปีของปีที่ผ่านมาและค่ารายปีของอาคารอื่น ๆ ในที่ดินแปลงเดียวกัน ส่วนอาคารที่อ้างว่ามีสิทธิได้รับการลดหย่อน โจทก์มิได้สำแดงอัตราค่าเช่าเครื่องจักรสำคัญตามที่อ้างรวมเป็นค่ารายปีตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 13 จึงไม่มีสิทธิได้รับการลดหย่อนค่ารายปี การประเมินของเจ้าพนักงาน.....ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่..ของจำเลยที่ 1 เฉพาะโรงเรือนรายการที่1-4, 8-10, 14, 18-23 ตามฟ้องโจทก์ และเพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ที่เกี่ยวกับการประเมินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 231,702.18 บาท แก่โจทก์ ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดถ้าไม่ชำระภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ครบ 3 เดือนจากวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า รายการที่ 1 คลังสินค้าอันเป็นโรงเรือนที่โจทก์ได้ให้บริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัดเช่าจำนวนเนื้อที่วัดจากภายใน 2,880 ตารางเมตร วัดจากภายนอกอาคาร 2,917,275 ตารางเมตร โจทก์คิดค่าเช่าตารางเมตรละ 55 บาทต่อเดือนโจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปี 2529 โดยยอมให้คำนวณค่าเช่าอาคารหลังนี้ทั้งปีเป็นเงิน1,925,404.80 บาท คิดเป็นเงินภาษีจำนวน 240,675.60 บาทแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นำที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหลังนี้ ซึ่งมีเนื้อที่อีก 24,401.51 ตารางเมตร ที่โจทก์มิได้ให้เช่าด้วย แต่ได้ให้ผู้เช่าใช้เป็นที่จอดรถ มาคำนวณภาษีด้วยแล้วให้โจทก์ชำระภาษีเป็นเงินรวม 313,890 บาท เกินกว่าที่โจทก์ขอชำระจำนวน 73,214.40 บาท โจทก์โต้แย้งว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีในส่วนที่เกินนี้ ปัญหาจึงมีว่า โจทก์ต้องชำระภาษีในส่วนที่พิพาทนี้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อที่ดินเนื้อที่ 24,401.51ตารางเมตรนี้ เป็นที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน แต่เป็นที่ดินที่โจทก์มิได้ให้เช่าด้วย มิใช่ส่วนหนึ่งของทรัพย์ที่ให้เช่า ค่ารายปีจำนวน 1,925,404.80 บาท จึงเป็นค่าเช่าเฉพาะส่วนของโรงเรือนที่ให้เช่าเท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 8 กำหนดให้ผู้รับประเมินชำระค่าภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สินคือโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆนั้น ค่ารายปีที่โจทก์ยอมให้กำหนดดังกล่าว จึงเป็นค่ารายปีเฉพาะส่วนของโรงเรือน หาใช่รวมถึงค่ารายปีของที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนไม่ เมื่อที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องนี้โจทก์มิได้ให้เช่าการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดค่ารายปีของที่ดินส่วนนี้ตามจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่าตารางเมตร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง