ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 3685/2551

หลักกฎหมาย

การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้ามีลักษณะบ่งเฉพาะหรือไม่ ต้องพิจารณาความหมายของคำในเครื่องหมายการค้าประกอบกับตัวสินค้าที่ยื่นขอจดทะเบียน โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า LASERJET ซึ่งเป็นคำประดิษฐ์จากการผสมคำ เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ 2 ประเภทหมึกที่บรรจุในตลับคาร์ทริดจ์สำหรับเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์ โดยคำว่า LASER มีความหมายว่า คลื่นแสงที่ขยายกำลังแต่ถูกส่งออกมาเป็นลำแสงที่แคบอาจเรียกว่า ลำแสงเลเซอร์ ส่วนคำว่า JET แปลความหมายได้ว่า ของเหลว แก๊ส หรือฝุ่นที่พ่นออกมาเป็นลำ คำว่า LASERJET จึงมิได้หมายความเพียงว่า ของเหลวที่พุ่งออกมาดังที่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัย แต่เป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงว่า สินค้าผงหมึกของโจทก์มีลักษณะการทำงานด้วยการพ่นออกมาเป็นลำคล้ายแสงเลเซอร์ไม่ว่าจะพ่นเป็นแสง ของเหลว ผง หรือฝุ่น เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคสอง (2) โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้า LASERJET กับเครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ ทั้งได้โฆษณาเผยแพร่และจำหน่ายสินค้าเครื่องพิมพ์กับหมึกพิมพ์ในประเทศไทยมานานจนสาธารณชนในประเทศไทยรู้จักและเข้าใจว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้า LASERJET ของโจทก์แตกต่างจากสินค้าหมึกพิมพ์ของผู้อื่น เครื่องหมายการค้า LASERJET จึงมีลักษณะบ่งเฉพาะโดยการใช้ ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 7 วรรคสาม

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าเครื่องหมายการค้า คำว่า "LASERJET" ตามคำขอเลขที่ 464131 เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าและให้จำเลยดำเนินการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 495/2546 และให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "LASERJET" ตามคำขอเลขที่ 464131 ของโจทก์ต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า "LASERJET" มีลักษณะบ่งเฉพาะโดยลักษณะของเครื่องหมายการค้านั้นเองหรือไม่ เห็นว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า "LASERJET" เป็นคำประดิษฐ์จากการผสมคำเป็นคำๆเดียว แต่คำดังกล่าวเมื่อพิจารณาจากทางนำสืบและพยานหลักฐานของโจทก์กับจำเลยแล้วสามารถแยกแปลความหมายออกได้ โดยคำว่า LASER มีความหมายว่า คลื่นแสงที่ขยายกำลังแต่ถูกส่งออกมาเป็นลำแสงที่แคบอาจเรียกว่าลำแสงเลเซอร์ ส่วนคำว่า JET อาจแปลความหมายว่า ของเหลว แก๊ส หรือฝุ่นที่พ่นออกมาเป็นลำ ดังนั้น คำว่า LASERJET จึงมิได้มีความหมายเพียงว่าของเหลวที่พุ่งออกมาดังที่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยเท่านั้น อย่างไรก็ดีแม้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจะแปลความหมายของคำไม่ครบถ้วน แต่การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์มีลักษณะบ่งเฉพาะหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาความหมายของคำในเครื่องหมายการค้ากับตัวสินค้าที่ยื่นขอจดทะเบียน กล่าวคือสินค้าหมึกที่บรรจุในตลับคาร์ทริดจ์ใช้กับเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ของโจทก์มีลักษณะเป็นผงถือได้ว่าเป็นฝุ่นที่พ่นออกมาเป็นลำคล้ายแสงเลเซอร์ จึงเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงว่าสินค้าผงหมึกของโจทก์มีลักษณะการทำงานด้วยการพ่นออกมาเป็นลำคล้ายแสงเลเซอร์ไม่ว่าจะพ่นเป็นแสง ของเหลว เป็นผง หรือเป็นฝุ่นก็ตาม เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงโดยลักษณะของเครื่องหมายการค้านั้นเอง จึงไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะโดยลักษณะของเครื่องหมายการค้านั้นเอง ตามมาตรา 7 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า "LASERJET" มีลักษณะบ่งเฉพาะโดยการใช้ หรือไม่ เห็นว่า ตามมาตรา 7 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 บัญญัติว่า ชื่อ คำ หรือข้อความที่ไม่มีลักษณะตาม (1) หรือ (2) หากได้มีการจำหน่ายเผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นจนแพร่หลายแล้วตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์นั้นแล้ว ก็ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ในเรื่องนี้ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการพิสูจน์ลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งใช้บังคับอยู่ขณะที่มีการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ 464131 ก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิสูจน์ลักษณะบ่งเฉพาะว่า สินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้มีการจำหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาในประเทศไทยจนทำให้สาธารณชนในประเทศไทย รู้จักและเข้าใจว่าสินค้าหรือบริการดังกล่าวแตกต่างไปจากสินค้าหรือบริการอื่น ซึ่งเกี่ยวกับการพิสูจน์ลักษณะบ่งเฉพาะโดยการใช้นี้ โจทก์มีนางสาวประอร และนายเริงชัย พนักงานบริษัทเอกชนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานของบริษัทเอกชนในด้านคอมพิวเตอร์ ที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์มาให้ถ้อยคำและเบิกความเป็นพยานยืนยันว่า พยานทำงานมาหลายบริษัท ได้รู้จักสินค้าเครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "LASERJET" ของบริษัทโจทก์ในประเทศไทยมามากกว่า 10 ปี เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ยี่ห้อ "LASERJET" มีใช้อยู่ในบริษัทที่พยานเคยทำงานและที่ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะเครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "LASERJET" ของบริษัทโจทก์ ไม่มีบริษัทอื่นนอกจากบริษัทโจทก์ที่ใช้เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "LASERJET" โจทก์ยังมีนางสาวพจนารถ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของบริษัทฮิวเลตต์ - แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทโจทก์ให้ถ้อยคำและเบิกความเป็นพยานว่า ในประเทศไทยโจทก์มีส่วนแบ่งการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละปีงบประมาณในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับหมึกพิมพ์ของโจทก์คิดเป็นเงินประมาณ 60,000,000
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3685/2551 · ทนอย Thanoy