คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562
ฎีกาที่ 3704/2562
หลักกฎหมาย
เงินค่าธรรมเนียมที่ผู้อุทธรณ์ต้องนำมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หมายถึงเฉพาะค่าธรรมเนียมตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาล หารวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมอื่นที่เกิดขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีแล้ว ค่าใช้จ่ายในการส่งคำบังคับให้แก่จำเลยทั้งสองจึงหาใช่ค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาวางพร้อมกับอุทธรณ์ไม่
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3083 เนื้อที่ 600 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินของนางนารี แปลงที่ 6 ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินของนางดวงพร โดยเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของตนเองให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม 100,000 บาท หากไม่สามารถดำเนินการได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องหรือเพราะพ้นวิสัย ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,560,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3083 เนื้อที่ 180 ตารางวา ในส่วนที่ได้รับมรดกมาจากนางนารี ให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน หากไม่สามารถดำเนินการได้ จำเลยที่ 1 จะชำระเงินให้แก่โจทก์ 468,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3083 เนื้อที่ 420 ตารางวา ในส่วนของนางนารี แปลงที่ 6 ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินของนางดวงพร ที่ได้จับฉลากแบ่งแยกที่ดินร่วมกับผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานีให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องหรือเพราะพ้นวิสัย ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์ 1,092,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 2 ใช้แทนเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน ในส่วนของจำเลยที่ 1 ให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 และที่พิพากษาเมื่อพิจารณาคดีเสร็จแล้วระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 29 กันยายน 2554 ทั้งสองฉบับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ให้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองที่เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ในการต่อสู้คดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3083 เนื้อที่ 600 ตารางวา ในส่วนของนางนารี แปลงที่ 6 ทางด้านทิศตะวันออกติดกับที่ดินของนางดวงพร ที่ได้จับฉลากแบ่งแยกที่ดินร่วมกับผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานีให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง หากไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องหรือเพราะพ้นวิสัย ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,560,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป (ฟ้องวันที่ 24 มกราคม 2554) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า ภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง