คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 3710/2540
หลักกฎหมาย
ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด พ.ศ. 2530 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาในฐานะดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์และวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530และเป็นผู้รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290ซึ่งเป็นกฎหมายจัดตั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทยขึ้นให้มีอำนาจหน้าที่ในการสร้างทางพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่ดูแลให้การดำเนินการเวนคืน เพื่อสร้างทางพิเศษเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย และการดำเนินการ เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ และวัตถุประสงค์ของกระทรวงมหาดไทยจำเลยที่ 3 ตามประกาศของ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่องปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมข้อ 19 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 อีกหลายฉบับ ต่อมามีการยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 โดยพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 3 และบัญญัติอำนาจหน้าที่นี้ของจำเลยที่ 3 ไว้ในมาตรา 19 ดังนั้นเมื่อโจทก์อ้างว่าการกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โจทก์ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ได้ เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการกำหนดเงินค่าทดแทนไว้เป็นพิเศษในพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฉบับใดโดยเฉพาะดังนี้การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนจึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 21(1) ถึง (5) ประกอบกัน ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์โดยคำนึงถึงราคาที่ดินที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของปี2535 อันเป็นปีภายหลังจากคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯได้กำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนและจำนวนเงินค่าทดแทน และจำเลยที่ 1 ได้จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินตามราคาที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้แก่โจทก์ไปแล้ว ค่าทดแทนที่ดินที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดดังกล่าวนั้นจึงสูงกว่าค่าทดแทนที่ดินที่กำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาตรา 21(1) ถึง (5) ตามที่คณะกรรมการแก้ไขราคาเบื้องต้นกำหนดซึ่งเป็นธรรมแก่โจทก์และสังคมแล้ว ดังนี้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระค่าทดแทนเพิ่มขึ้นอีกนั้น จึงเป็นการไม่ชอบ
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 76ป.วิ.พ. 55พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 3พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 19พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 21
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 290 มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าการ มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 และเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี และเขตบางเขต เขตดุสิต เขตพญาไท เขตปทุมวันเขตบางรัก เขตยานนาวา เขตห้วยขวาง เขตบางกะปิ เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 มาตรา 4 และจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2765, 2766 และ 3408เนื้อที่ 27, 30 และ 36 ตารางวา ตามลำดับ เมื่อปี 2530 มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ-บางโคล่และสายพญาไท-ศรีนครินทร์ ที่ดินของโจทก์ทั้งสามแปลงถูกเวนคืน90 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์รวมเป็นเงิน 5,445,000 บาท โจทก์เห็นว่าการกำหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าวไม่เป็นธรรม จึงขอรับเงินค่าทดแทนไปก่อน และยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ การกำหนดเงินค่าทดแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่คำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่และราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม อีกทั้งไม่คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของทรัพย์ที่ถูกเวนคืนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนมีเนื้อที่ 90 ตารางวา คิดเป็นเงิน 36,000,000 บาท โจทก์รับเงินไปแล้ว 5,445,000 บาท คงเหลือเงินที่ต้องชำระเพิ่มจำนวน 30,555,000บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี ตามอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินนับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2533 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,824,872.53 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 33,379,872.53 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี หรือในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงิน 30,555,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 3 มีรัฐมนตรีว่าการในฐานะผู้ทำการแทนเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด พ.ศ. 2530เท่านั้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่เวนคืน จำเลยที่ 1 ได้กำหนดเงินค่าทดแทนให้โจทก์ตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดกล่าวคือ เมื่อพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวประกาศใช้แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนขึ้นเพื่อกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนคณะกรรมการดังกล่าวประชุมแล้วให้ถือเอาราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมปี 2531 ถึง 2534 ของกรมที่ดินซึ่งมีราคาสูงกว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ เป็นเกณฑ์กำหนดเงินค่าทดแทนให้โจทก์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,445,000 บาท ซึ่งเกณฑ์การกำหนดเงินค่าทดแทนตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้นได้คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของที่ดินตลอดจนราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาดแล้วการกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์จึงถูกต้องเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์ยื่นอุทธรณ์การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนถึง 2 ครั้งครั้งแรกของเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นเพียงตารางวาละ 200,000 บาทแต่เมื่ออุทธรณ์ครั้งที่สองขอเพิ่มเป็นตารางวาละ 400,000 บาททั้งโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินโจทก์เพิ่มอีก 8,125,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 2765, 2766 และ 3408 เนื้อที่รวม 93 ตารางวา ที่ดินดังกล่าวเกือบทั้งหมดอยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ดพ.ศ. 2530 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เนื้อที่ 71 ตารางวา ตารางวาละ 70,000 บาท เป็นเงิน 4,970,000 บาท ส่วนที่ 2เนื้อที่ 19 ตารางวา ตารางวาละ 25,000 บาท เป็นเงิน 475,000 บาทรว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง