ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 375/2562

หลักกฎหมาย

ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 วรรคสอง โจทก์ต้องบรรยายไว้ในคำฟ้อง เมื่อโจทก์ที่ 1 มิได้บรรยายฟ้องไว้ ถือว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 1 ประสงค์ให้ลงโทษ แม้จะฟังได้ว่าจำเลยพูดและติดภาพถ่ายโจทก์ที่ 1 ดังกล่าวจริง ก็ไม่อาจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาพิจารณาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสี่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 91 ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 5,014,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยลงประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันที่ขายตามท้องตลาด 2 ฉบับ เป็นเวลา 5 วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยเป็นฝ่ายเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธคดีส่วนอาญาและให้การคดีส่วนแพ่งว่าค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นพระภิกษุ ได้รับอนุญาตจากเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ให้ใช้สำนักสงฆ์เขาดินสอ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และจำเลยจะให้เลขแก่ประชาชนเพื่อไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวย วิธีให้เลขจำเลยจะหยดเทียนเป็นรูปตัวเลขในอ่างน้ำมนต์ให้ประชาชนดูว่าเป็นตัวเลขอะไร ในงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2557 จำเลยให้เลข 3 ตัวบน ในอ่างน้ำมนต์เป็นเลข 198 หรือ 168 แล้วแต่คนจะดู งวดดังกล่าวสลากกินแบ่งรัฐบาลออกเลขท้าย 3 ตัวบน คือเลข 198 มีประชาชนซื้อหวยถูกเป็นจำนวนมาก วันที่ 2 ถึง 8 มิถุนายน 2557 จำเลยไม่อยู่ที่สำนักสงฆ์เขาดินสอ จำเลยให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ดูแลเงินที่มีผู้นำมาบริจาคที่สำนักสงฆ์ สำหรับคดีในส่วนของโจทก์ที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 มิได้อุทธรณ์ คดีในส่วนของโจทก์ที่ 2 จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยกระทำความผิดรวม 8 กรรม (ที่ถูก 7 กรรม) หรือไม่ เห็นว่า สำหรับการกระทำวันที่ 24, 25, 26, 28 และ 30 มิถุนายน 2557 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ฟังว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด จึงเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องการกระทำในวันดังกล่าว ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ที่ 1 ข้อนี้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 27 และ 29 มิถุนายน 2557 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ที่ 1 บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ใส่ความโจทก์ที่ 1 โดยวิธีป่าวประกาศด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อบุคคลหลายคนว่า โจทก์ที่ 1 เป็นมนุษย์สิบแปดมงกุฎ ร่วมกันยักยอกเงินทำบุญจากประชาชนซึ่งเป็นเงินของจำเลย ที่จำเลยเก็บไว้ในตู้บริจาคไปเป็นเงินประมาณ 5,000,000 บาท โดยจำเลยได้นำเอาภาพถ่ายของโจทก์ที่ 1 ที่ในภาพถ่ายมีชื่อของโจทก์ที่ 1 อยู่ด้วย มากระจายแจกจ่ายให้บุคคลทั่วไปอีกหลายคนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ยักยอกเงินดังกล่าวไปคือคนที่ปรากฏในภาพถ่าย จำเลยใส่ความโจทก์ที่ 1 ทุกวันรวม 10 วัน ปรากฏตามภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้อง แต่ทางพิจารณาโจทก์ที่ 1 มีโจทก์ที่ 1 นายเดชสกุล นางสุวรี และนางอาภรณ์ เป็นพยาน เบิกความประกอบกันว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 นายเดชสกุลและนางสุวรีเดินทางไปที่วัดหนองตะโก ได้ยินจำเลยประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า "ญาติโยมทั้งหลาย นางนงนุช (โจทก์ที่ 1) เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ บุคคลนี้เป็นบุคคลอันตราย ใครอยู่ใกล้อย่าให้เข้าใกล้ โกงเงินพระเงินวัดไป 5 ล้านบาท" โดยมีภาพถ่ายโจทก์ที่ 1 ติดอยู่ที่โต๊ะวางถังน้ำมนต์ และในวันที่ 29 มิถุนายน 2557 นางอาภรณ์กับเพื่อนเดินทางไปที่วัดหนองตะโกเพื่อจะหาเลขซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ยินจำเลยพูดผ่านเครื่องขยายเสียงว่า "นางนงนุช (โจทก์ที่ 1) เป็นบุคคลเชื่อถือไม่ได้โกงเงินวัดไปจำนวน 5 ล้านบาท เป็
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2562 · ทนอย Thanoy