คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 3769/2545
หลักกฎหมาย
โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18 ติดกับคลองเป้งและติดกับที่ดินของ ท. ซึ่งเป็นทางเชื่อมกับที่ดินพิพาทเพื่อออกสู่ถนนสุขุมวิท 55แผนที่สังเขปท้ายคำฟ้องย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องด้วย เป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าที่ดินของโจทก์ ที่ดินของ ท. และที่ดินพิพาทอยู่ในบริเวณใดและมีสภาพเป็นอย่างไรคำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18 แม้โจทก์ไม่เคยอยู่อาศัยในซอยดังกล่าวก็ตาม แต่โจทก์ก็มีสิทธิที่จะเข้าออกเพื่อไปดูแลหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ หากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะทั้งแปลงตามที่โจทก์อ้างในฟ้องแล้ว การที่จำเลยทั้งเก้าทำที่ดินพิพาทส่วนหนึ่งเป็นตลาดสดย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะใช้ทางสาธารณะได้รับความสะดวกน้อยลง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเก้าได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9ให้การว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเพราะโจทก์ทราบดีว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งเก้า เหตุที่โจทก์ไม่ขออนุญาตหรือขอให้จำเลยทั้งเก้าจดทะเบียนภารจำยอมให้ ก็เพราะโจทก์จะทำให้ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะเพื่อให้ที่ดินของโจทก์มีราคาสูงขึ้น แต่จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ฎีกาว่า โจทก์จะปลูกบ้านพักและอาคารพาณิชย์ในที่ดินของโจทก์ซึ่งทางราชการจะอนุญาตต่อเมื่อติดทางสาธารณะที่มีขนาดกว้างไม่ต่ำกว่า 10 เมตร เป็นการฟ้องคดีเพื่อผลประโยชน์ของตนเองอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต อันเป็นคนละเหตุกับที่จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การไว้ฎีกาของจำเลยทั้งเก้าในส่วนนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ฟ้องว่า พ. และ น. เจ้าของเดิมในที่ดินพิพาทได้ยกที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะตั้งแต่ปี 2485 จึงไม่มีประเด็นว่าจำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นทายาทของ พ. และ น. ได้ผู้อุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเก้าได้อุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายย่อมเป็นเรื่องนอกประเด็นตามคำฟ้องอันเป็นการไม่ชอบ และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งเก้าที่อ้างว่าจำเลยทั้งเก้าไม่ได้อุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมสิทธิ์ของนายพัน โพบุตร และนางพิน แสงมะณี ที่ดินโฉนดเลขที่ 7243 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมสิทธิ์ของนายทองหล่อ ทองบุญรอด นายพัน นางพิน และนายทองหล่อได้ร่วมกันยกที่ดินทั้งสองแปลงเป็นทางสาธารณะประโยชน์ให้ประชาชนใช้สัญจรเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 ตั้งแต่ปี 2485 ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเดิมเรียกว่า ซอยโพบุตร ปัจจุบันเรียกว่าซอยทองหล่อ 18 โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7209 ตำบลคลองตันอำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และได้สร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยใช้ซอยทองหล่อ 18 เป็นทางสัญจรเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 มาเป็นเวลาเกินกว่า 20 ปี จำเลยทั้งเก้าเป็นผู้รับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 จากนายพันและนางพินเมื่อปี 2531 ต่อปี 2535 จำเลยทั้งเก้าได้ปิดกั้นทางเข้าออกบนที่ดินโฉนดเลขที่7095 ซึ่งนายพันและนางพินยกให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยให้บุคคลอื่นเข้ามาเปิดร้านค้าบนที่ดินดังกล่าวทำให้โจทก์และบุคคลอื่นไม่สามารถใช้ทางสัญจรไปมาตามปกติได้ ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 7243 ซึ่งนายทองหล่อยกให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ยังเป็นทางสัญจรไปมาได้ แต่ไม่สามารถออกสู่ถนนสาธารณะสุขุมวิท 55 ได้ เพราะจำเลยทั้งเก้าได้ปิดกั้นขวางอยู่ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 และ 7243 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เป็นทางสาธารณประโยชน์ และห้ามจำเลยทั้งเก้าพร้อมบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆ ในที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 ตำบลคลองตันอำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การทำนองเดียวกันว่า นายพัน นางพิน และนายทองหล่อไม่เคยยกที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องให้ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรเป็นทางเข้า - ออก สู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 ตั้งแต่ปี 2485 จนถึงปัจจุบันแต่อย่างใดและบุคคลทั้งสามไม่ได้ทำหนังสือหรือแสดงเจตนาทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมเพื่อยกให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่ได้ยินยอมและอนุญาตให้บุคคลบางคนใช้เป็นทางชั่วคราวเข้าออกสู่ถนนสุขุมวิท 55 ตามความจำเป็นและต้องขออนุญาตก่อน ที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องไม่ได้มีสภาพเป็นถนนทั้งหมดคงมีเฉพาะส่วนยาวประมาณ 40 เมตร จากปากซอยทองหล่อ 18 ติดถนนสุขุมวิท 55 เท่านั้น ที่มีสภาพเป็นถนนคอนกรีต ส่วนต่อจากบริเวณถนนคอนกรีตไปจนถึงคลองเป้งไม่มีสภาพเป็นถนนและเดิมเป็นเพียงทางเดินมีสภาพเป็นดินกว้างเพียงประมาณ 2 เมตร และบุคคลที่ใช้ทางเดินดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเนื่องจากไม่ได้แนบสำเนาโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงมาท้ายคำฟ้องและคำฟ้องมิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่าที่ดินทั้งสองแปลงอยู่ตรงบริเวณใดมีสภาพและถูกแบ่งแยกออกมาจากโฉนดที่ดินแปลงใดที่ดินของโจทก์อยู่ตรงบริเวณใด ผู้ใดปิดกั้นทางพิพาทและเป็นอุปสรรคขัดข้องไม่สามารถใช้ทางได้อย่างไร โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีนี้โดยไม่สุจริตเพราะโจทก์ทราบดีว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตามฟ้องเป็นที่ดินส่วนบุคคลและเป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งเก้า โจทก์จะทำให้เป็นทางสาธารณะเพื่อให้ที่ดินของโจทก์มีราคาสูงขึ้นโดยไม่ขอความยินยอมหรือขอภารจำยอมจากจำเลยทั้งเก้า เมื่อจำเลยทั้งเก้าได้รับมรดกที่ดินดังกล่าวก็ไม่เคยยกที่ดินหรือยินยอมหรือเจตนาให้เป็นทางสาธารณประโยชน์และจำเลยทั้งเก้ายังได้ดูแลทำประโยชน์ ในที่ดินทั้งสองแปลงตามปกติ ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ โจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7209 ตำบลคลองตันอำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และโจทก์ไม่ได้ใช้ซอยทองหล่อ 18 เป็นทางสัญจรเข้าออก จำเลยทั้งเก้ามิได้ปิดกั้นขัดขวางทางเข้าออกซอยทองหล่อ 18 และร้านค้าที่ปรากฏอยู่ริมทางในซอยดังกล่าวก็มิได้ขวางทางสัญจรแต่อย่างใด โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร ทั้งแปลงเป็นทางสาธารณะ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆอันเป็นการรบกวนปิดกั้นทางสาธารณะดังกล่าว คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งเก้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7095 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนทางด้านทิศใต้ที่เป็นตลาดสดชั่วคราว ส่วนที่ระบายด้วยสีเขียว ตามแผนที่ประกอบการเดินเผชิญสืบโดยสังเขปลงวันที่ 20 ตุลาคม2540 ไม่ใช่ทางสาธารณะ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งเก้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 7209 ซึ่งอยู่สุดซอยทองหล่อ 18ติดกับคลองเป้ง โดยซื้อมาเมื่อปี 2533 ซอยทองหล่อ 18 เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสุข
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง