คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2546
ฎีกาที่ 3770/2546
หลักกฎหมาย
โจทก์ที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้มีอำนาจในการปกป้องรวมทั้งการฟ้องคดีในศาลไทยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์ที่ 1 และตามคำฟ้องก็บรรยายว่า ช. กระทำการในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 และในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 ประกอบกับท้ายคำฟ้อง ช. ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ที่ 2 ระบุว่าโจทก์ทั้งสองและในใบแต่งทนายความก็ได้ระบุว่าลงลายมือชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 กับในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 ถือได้ว่า ช. ลงลายมือชื่อในคำฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 และในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 แล้ว คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(7) ที่ประชุมบริษัทโจทก์มีมติให้แต่งตั้ง ป. เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2540 บริษัทโจทก์จึงยังคงตั้งอยู่เพื่อให้ ป. ดำเนินการชำระบัญชี เป็นผู้แทนของโจทก์สำหรับสิทธิทุกอย่างการดำเนินการและความรับผิดชอบทั้งหมด ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทโจทก์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ภารกิจในการยกเลิกกิจการของโจทก์ยังคงดำเนินอยู่และเป็นผู้แทนของโจทก์ในการดำเนินการเกี่ยวกับการยกเลิกกิจการของโจทก์ตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่มีกำหนดเวลา บริษัทโจทก์จึงหาได้สิ้นสภาพเป็นนิติบุคคลไปไม่เมื่อ ป. ซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์และมีอำนาจดำเนินการทุกเรื่องแทนโจทก์ตั้งแต่วันที่31 มกราคม 2540 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 ช. ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ สิทธิบัตรไทยของโจทก์เป็นสิทธิบัตรกรรมวิธี จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ เฉพาะกรรมวิธีการผลิตข้อต่อแบบเชิงกลของแท่งเหล็กเส้นเสริมแรงสำหรับคอนกรีตตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรนั้นเท่านั้น ไม่ได้รับความคุ้มครองสำหรับกรรมวิธีการเชื่อมต่อแท่งเหล็กเส้นเสริมแรงเข้าด้วยกันด้วยวิธีขึ้นรูปโดยใช้ความร้อนหรือวิธีขึ้นรูปแบบกึ่งร้อนกึ่งเย็น เมื่อจำเลยร่วมกันผลิตข้อต่อของแท่งเหล็กเส้นตามสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ข้อต่อเหล็กเส้นเสริมแรงคอนกรีตโดยการขยายปลายเหล็กเส้นเสริมแรงให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้นโดยการตีขึ้นรูป สิทธิบัตรผลิตภัณฑ์นี้จึงครอบคลุมถึงการเชื่อมต่อแท่งเหล็กเส้นเสริมแรงโดยมีการทำให้ปลายเหล็กเส้นเสริมแรงขยายใหญ่ขึ้น ก่อนทำเกลียวด้วยกรรมวิธีการตีขึ้นรูปทุกกรรมวิธี ไม่ว่าจะเป็นการตีขึ้นรูปแบบเย็นแบบร้อน หรือแบบกึ่งร้อนกึ่งเย็นซึ่งครอบคลุมถึงกรรมวิธีการผลิตตามสิทธิบัตรกรรมวิธีของโจทก์ตามสิทธิที่ได้รับมาแม้มีกรรมวิธีการผลิตเช่นเดียวกับกรรมวิธีตามสิทธิบัตรของโจทก์ ก็ไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการกระทำโดยจำเลยมีเจตนากระทำความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์การกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ มาตรา 85 ประกอบด้วยมาตรา 36 วรรคหนึ่ง(2)
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 158พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 26พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 36พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 85
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522มาตรา 36, 77, 85 และ 88 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 83 และ ริบของกลางทั้งหมด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 36(2), 85 และ88 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 83 ฐานร่วมกันผลิต มีไว้เพื่อขายเสนอขายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีการผลิตตามสิทธิบัตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิบัตร ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปีและปรับ 150,000 บาท เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ของกลางริบ ให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ 2 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อแรกว่าโจทก์ที่ 1 มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ตามคำฟ้องโจทก์ที่ 1 มิได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้อง จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) เห็นว่า โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์กรรมวิธีการผลิตข้อต่อแบบเชิงกลของแท่งเหล็กเส้นเสริมแรงสำหรับคอนกรีต ตามสิทธิบัตรไทยเลขที่ 4575 เอกสารหมาย จ.6 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายชอง มารี ปิตอง เป็นผู้มีอำนาจในการปกป้องรวมทั้งการฟ้องคดีในศาลไทยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์ที่ 1 ตามหนังสือมอบอำนาจพร้อมคำแปลเอกสารหมาย จ.2 และ จ.35 โดยมีโนตารีปับลิกและสถานเอกอัครราชทูตไทยณ กรุงปารีส รับรอง และตามคำฟ้องก็บรรยายว่านายชองกระทำการในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 และในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 ประกอบกับท้ายคำฟ้อง นายชองได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ที่ 2 ระบุว่าโจทก์ทั้งสอง และในใบแต่งทนายความก็ได้ระบุว่าลงลายมือชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 กับในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 ถือได้ว่านายชองลงลายมือชื่อในคำฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 และในฐานะกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 2 แล้ว คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) ข้ออุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองที่ว่าโจทก์ที่ 1 มิได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้องจึงฟังไม่ขึ้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อไปว่า โจทก์ที่ 1 ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลเนื่องจากมีการจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2540 เป็นต้นไปนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานการประชุมสามัญวาระพิเศษของบริษัทโจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2540 ในเอกสารหมาย จ.35 ว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งให้นายปาสกาล ชุบติลเป็นผู้ชำระบัญชี โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการและมอบอำนาจให้นายปาสกาลดำเนินการเกี่ยวกับยกเลิกกิจการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามกฎหมายข้อบังคับและเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการโอนทรัพย์สินและให้ความเห็นชอบบัญชีขั้นสุดท้ายสำหรับการยกเลิกกิจการ ให้นายปาสกาลเป็นผู้แทนของบริษัทสำหรับสิทธิทุกอย่าง การดำเนินการและความรับผิดชอบทั้งหมดดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ภารกิจในการยกเลิกกิจการของบริษัทโจทก์ที่ 1 ยังคงดำเนินอยู่การยกเลิกและการจำหน่ายทั้งหมดหรือบางส่วนขายเลหลัง หรือขายปลีกในทุกรูปแบบที่เห็นว่าจะเป็นผลดีก่อให้เกิดประโยชน์หรือรายได้ต่อบริษัท ดำเนินการขายหรือโอนมูลค่าการซื้อขายภายใต้เงื่อนไขที่พิจารณาเห็นว่าเหมาะสมโดยไม่ต้องทำความตกลงกันแต่อย่างใด จัดเก็บเงินรายได้ทั้งหมดของโจทก์ที่ 1 ออกใบเสร็จรับเงินจัดการเกี่ยวกับการจัดแบ่งผลประโยชน์ทั้งหมด ดำเนินการเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีและการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย การเจรจาต่อรอง การประนีประนอม และระงับสิทธิใด ๆ ทั้งหมดดำเนินการด้านกฎหมายและคดีความต่าง ๆ เรียกร้อง และป้องกันเป็นผู้แทนโจทก์ที่ 1ในการดำเนินการแก้ไขหรือที่เกี่ยวกับการยกเลิกกิจการตามขั้นตอนของกฎหมาย และให้นายปาสกาลดำเนินการทั้งหมดและจัดการทุกเรื่องที่จำเป็นโดยทั่วไปโดยไม่มีข้อจำกัดเพื่อให้การจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยกเลิกกิจการของบริษัทโจทก์ที่ 1เสร็จบริบูรณ์ เอกสารรายงานการประชุมสามัญวาระพิเศษในเอกสารหมาย จ.35ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศโดยนายมาดแลน เดชาแนล ได้รั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง