คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2486
ฎีกาที่ 379/2486
หลักกฎหมาย
เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน 2 อย่างอันเป็นความผิดกรรมเดียววาระเดียวต้องลงโทษฐานเป็นเจ้าสำนักการเล่นที่มีโทษหนัก ถ้าถูกฟ้องแยกเป็น 2 สำนวน ถ้าสำนวนที่มีโทษหนักฟ้องก่อน ตัดสินที่มีสำนวนโทษเบาแม้คดีแรกตัดสินภายหลังทำให้ความผิดในคดีหลังระงับ และเมื่อลงโทษในคดีหลังแล้วโทษในคดีแรกก็เป็นระงับไปตามกฎหมาย
มาตราที่อ้างถึง
กฎหมายลักษณะอาญา 70พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 4พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 10พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 12ป.วิ.อ. 39
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทฟ้องว่าจำเลย ๑-๒ เล่นเบี้ยโยกจำเลยที่ ๓ เปนเจ้าสำนัก ขอไห้ลงโทส จำเลยทั้ง ๓ รับสารภาพแต่จำเลยที่ ๓ แถลงว่า ได้ถูกพิพากสาถานเปนเจ้าสำนักไนการเล่นไพ่ไนคดีแดงที่ ๒๘๒/๒๔๘๕ เรื่องหนึ่งแล้ว ซึ่งเรื่องโน้นกับเรื่องนี้จำเลยกะทำผิดไนกัมเดียวและวาระเดียว สาลชั้นต้นลงโทสจำเลยที่ ๑-๒ ส่วนจำเลยที่ ๓ นั้นฟังข้อเท็ดจิงตามข้อต่อสู้ของจำเลย จึงเห็นว่าจะลงโทสจำเลยที่ ๓ อีกไม่ได้ จึงพิพากสายกฟ้อง โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่า เปนเรื่องที่จำเลยทำผิดหลายถาน จำเลยควนรับโทสไนคดีนี้ซึ่งหนักกว่าโทสไนคดีโน้นโทสเจ้าสำนักไนคดีโน้นจึงควนถูกกลืนเข้ามาไนคดีนี้ และโจทยื่นฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนสาลพิพากสาคดีโน้นสิทธิของโจทจึงยังไม่ระงับไปตาม ป.ม.วิธีพิจารนาความอาญา มาตรา ๕๙(๔) จึงลงโทสจำคุกจำเลย ๒ เดือน นับรวมพร้อมกับโทสไนคดีโน้น จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นชอบด้วยสาลอุธรน์ว่า คดีนี้ยังไม่ระงับไป และวินิฉัยต่อไปว่า โทสถานเปนเจ้าสำนักเบี้ยโบกหนักกว่าโทสถานเปนเจ้าสำนักเล่นไพ่ผ่องไทย ฉนั้นต้องลงโทสถานเปนเจ้าสำนักเล่นเบี้ยโบกและโทสไนคดีโน้นซึ่งเปนกะทงที่เบาย่อมระงับไปตามกดหมาย ฉนั้นที่สาลอุธรน์พิพากสามาชอบแล้ว จึงพิพากสายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง