ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 3795/2562

หลักกฎหมาย

ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยมาตรา 8 ให้ยกเลิกบทความผิดในมาตรา 26 เดิม และมาตรา 9 บัญญัติความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นมาตรา 26/3 แทน และมาตรา 17 ให้ยกเลิกบทกำหนดโทษในมาตรา 76 เดิม ให้ใช้มาตรา 76 ที่แก้ไขใหม่แทน ซึ่งความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 76 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ มีระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท เพียงสถานเดียว แตกต่างกับมาตรา 76 วรรคสองเดิม ที่มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นจึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นคุณมากกว่าบังคับแก่จำเลย ตาม ป.อ. มาตรา 3

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106 ทวิ, 116 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 76, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92 จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนดและร่วมกันขายคีตามีน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด จำคุก 5 ปี ฐานร่วมกันขายคีตามีน จำคุก 5 ปี ฐานร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพฐานร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 15 วัน ฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนดและฐานร่วมกันขายคีตามีน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด จำคุก 2 ปี 16 เดือน ฐานร่วมกันขายคีตามีน จำคุก 2 ปี 16 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 32 เดือน 15 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 3,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง ปรับ 1,500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนดและฐานร่วมกันขายคีตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด และฐานร่วมกันขายคีตามีนตามฟ้องด้วยหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากพยานโจทก์ว่า ผู้ที่ลักลอบขายคีตามีน คือนายมงคล มิใช่จำเลย และวันเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนให้สายลับล่อซื้อคีตามีนจากนายมงคลเพียงคนเดียว ทั้งผู้ที่นำคีตามีน 2 ขวด มาส่งมอบให้สายลับก็คือนายมงคล ข้อที่พยานโจทก์ทั้งสองปากอ้างว่า ก่อนมีการส่งมอบคีตามีน จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์มาวนดูสายลับในลักษณะดูลาดเลาด้วย ทำนองว่าเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำกับนายมงคล นั้น ได้ความจากร้อยตำรวจโทภัตธนสันต์ เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ขณะนั้นนายมงคลยืนอยู่ที่บริเวณปากซอยจินดาพงษ์ ห่างจากสายลับไม่เกิน 50 เมตร สามารถมองเห็นกันได้ เมื่อพิจารณาแผนที่สังเขปที่ผู้จับกุมจัดทำขึ้น ประกอบแล้วปรากฏว่า สายลับยืนอยู่ริมถนนซอยใกล้กับจุดที่นายมงคลจอดรถรออยู่ ซึ่งถนนซอยดังกล่าวเป็นทางตรง สามารถมองเห็นกันได้ชัดเจน ดังนั้น ย่อมไม่มีความจำเป็นที่นายมงคลจะต้องให้จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาวนดูสายลับก่อน คำเบิกความของพยานโจทก์ในส่วนนี้จึงขัดต่อเหตุผล ไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ในการค้นตัวจำเลยก็ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ให้เห็นว่าร่วมขายคีตามีนกับนายมงคล สำหรับคีตามีนของกลางอีก 149 ขวด ได้ความว่า ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านของนายมงคลอย่างมิดชิด ยากที่บุคคลภายนอกจะล่วงรู้ได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่อื่น โดยจำเลยนำสืบต่อสู้ว่า เป็นเพื่อนกับนายมงคล วันเกิดเหตุ จำเลยนำขนมปังที่คนรักทำขายมาส่งให้มารดานายมงคลแล้วนายมงคลให้จำเลยออกไปซื้อพืชกระท่อมเพื่อนำมาเสพด้วยกันเท่านั้น จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับคีตามีนของกลาง ส่วนนายมงคลให้การรับสารภาพว่า คีตามีนดังกล่าวเป็นของตนเพียงคนเดียว ไม่ได้พาดพิงหรือซัดทอดถึงจำเลยแต่อย่างใด โดยในชั้นสอบสวนนายมงคลให้การว่า วันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 20 นาฬิกา สายลับคดีนี้โทรศัพท์มาขอซื้อคีตามีน 2 ขวด จากนายมงคล นัดส่งมอบที่กลางซอยอ่อนนุช 30 เมื่อตกลงกันแล้ว นายมงคลขับรถจักรยานยนต์ออกไปที่จุดนัดหมาย พร้อมกับมอบคีตามีน 2 ขวด ให้แก่สายลับ และรับเงิน 2,000 บาท จากสายลับ เมื่อนายมงคลกลับไปที่บ้านพัก ก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปจับกุม และพบจำเลยซึ่งเป็นเพื่อนกันอยู่ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาประมาณ 19 นาฬิกา จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาพูดคุยด้วย และก่อนถูกจับกุมนายมงคลใช้ให้จำเลยไ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3795/2562 · ทนอย Thanoy