คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548
ฎีกาที่ 3797/2548
หลักกฎหมาย
งานวรรณกรรมซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศของผู้ประพันธ์ซึ่งเป็นคนชาติหรือคนในบังคับของประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเบอร์ฉบับแรก ค.ศ.1886 (พ.ศ.2429) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 มาตรา 29 และต่อมาตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 42 หากมิได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นภาษาไทยภายใน 10 ปี นับแต่การโฆษณางานเดิมเป็นครั้งแรก สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะแปลงแปลงานของตนเป็นภาษาไทยย่อมหมดสิ้นไป เมื่อปรากฏว่าจำเลยแปลงานดังกล่าวหลังจากนั้นจำเลยจึงมีลิขสิทธิ์ในงานที่แปลและไม่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 42พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 14พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 29พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 31พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 32พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ.2526 5
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 27, 31, 61, 69, วรรคสอง, 70, 75, 76 และ 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และสั่งให้จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้วคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ส่วนจำเลยที่ 7 คดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 7 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตและให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ออกจากสารบบความ โจทก์และจำเลยที่ 1 แถลงรับข้อเท็จจริงประกอบเอกสารแทนการสืบพยานและอ้างส่งเอกสารที่รับข้อเท็จจริงกันนั้นเป็นพยานแล้วขอให้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามข้อเท็จจริงที่รับกันนั้นเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 69 วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษปรับ 200,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์ในการกระทำความผิดและพฤติการณ์ในการดำเนินคดีแล้ว เห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 100,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 หนังสือของกลางให้ตกเป็นของโจทก์ จ่ายค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษาให้โจทก์กึ่งหนึ่ง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ประเทศไทยมีข้อจำกัดและความจำเป็นบางประการที่ยังไม่สมควรรับความผูกพันตามบทบัญญัติของอนุสัญญากรุงเบอร์ฉบับแก้ไข ณ กรุงเบอร์ลิน ค.ศ.1908 (Berlin Act 1908) อย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจึงแจ้งความประสงค์ไปยังองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization) ผู้บริหารงานของสหภาพเบอร์นเพื่อขอใช้สิทธิวางข้อสงวน (reservations) รวม 6 ข้อ ที่จะไม่ผูกพันตามอนุสัญญากรุงเบอร์นฉบับแก้ไข ณ กรุงเบอร์นลิน ค.ศ.1908 โดยผูกพันตามอนุสัญญากรุงเบอร์นฉบับแรก ค.ศ.1886 และพิธีสารสุดท้ายของอนุสัญญากรุงเบอร์น ค.ศ.1886 (Berne Convention 1886) และอนุสัญญากรุงเบอร์นฉบับแก้ไข ณ กรุงปารีส ค.ศ.1896 (Paris Additional Act and Interpretative Declaration 1896) แทน ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการแปลงานวรรณกรรม ประเทศไทยตั้งข้อสงวนขอไม่ผูกพันตามมาตรา 8 (Article 8) แห่งอนุสัญญากรุงเบอร์น ฉบับแก้ไข ณ กรุงเบอร์น ค.ศ.1908 ซึ่งบัญญัติให้ประเทศภาคีต้องให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์จากประเทศภาคีอื่นรวมไปถึงสิทธิของเจ้าลิขสิทธิ์ที่จะแปลหรืออนุญาตให้ผู้อื่นแปลงานของตนได้เพียงผู้เดียวด้วย แต่ขอผูกพันตามมาตรา 5 แห่งอนุสัญญากรุงเบอร์น ค.ศ.1886 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 1 ข้อ 3 (Article I Number 3) ของอนุสัญญากรุงเบอร์นฉบับแก้ไข ณ กรุงปารีส ค.ศ.1896 ซึ่งกำหนดว่า ผู้สร้างสรรค์งานซึ่งเป็นคนชาติหรือคนในบังคับของประเทศภาคีหรือตัวแทนโดยชอบของตนย่อมมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะทำการแปลหรือมอบหมายให้มีการแปลงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนตลอดระยะเวลาแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานเติม แต่ถ้าผู้สร้างสรรค์งานมิได้ทำการโฆษณาการแปลผลงานของตนเป็นภาษาที่ต้องการให้ได้รับความคุ้มครองในประเทศภาคีใดภายในระยะเวลา 10 ปี นับแต่การโฆษณางานเดิมเป็นครั้งแรก สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะแปลงานของตนเป็นภาษาดังกล่าวย่อมเป็นอันหมดสิ้นไป พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 ได้นำข้อสงวนดังกล่าวมาบัญญัติไว้ในมาตรา 29 ว่า "การรับประโยชน์แห่งสิทธิตามหมวดนี้ (หมวด 2 ลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ) ท่านว่าต้องอยู่ในบังคับแห่งวิธีการและเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (ก) เมื่อได้ปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขและวิธีการซึ่งกฎหมายของประเทศที่เกิดแห่งวรรณกรรมหรือศิลปกรรมนั้นได้กำหนดไว้ (ข) ถ้าเป็นวรรณกรรมหรือนาฏกียกรรม เมื่อล่วงกำหนดสิบปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งปีซึ่งโฆษณาไปแล้ว สิทธิที่จะห้ามมิให้ทำขึ้น ทำซ้ำ เล่นแสดงในที่สาธารณะหรือโฆษณาซึ่งคำแปลจะทรงไว้ได้ต่อเมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ให้อำนาจผู้อื่นแปลวรรณกรรมหรือนาฏกียกรรมนั้นในภาษาซึ่งต้องการจะป้องกันมิให้ผู้อื่นแปลและได้โฆษณาคำแปลนั้นแล้วภายในพระราชอาณาจักรก่อนล่วงพ้นกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้น" ซึ่งต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ออกมายกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 การให้ความคุ้มครองแก่ลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 42 บัญญัติว่า "งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศที่เป็นภาค
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง