คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566
ฎีกาที่ 38/2566
หลักกฎหมาย
แม้พยานหลักฐานในคดีนี้ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการค้า แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นที่ยุติว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกยึดไว้เป็นของกลางตามฟ้องนั้น คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เอ็นเอ็กซ์ 7.5 (NX 7.5) อันละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ทั้งตามรายละเอียดการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวก็พบว่า มีข้อมูลงานที่บันทึกไว้จากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ล่าสุดวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ก่อนวันเข้าตรวจค้น 2 วัน ดังนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางดังกล่าวจึงถือเป็นสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งต้องริบตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 75
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 30, 69, 74, 75, 76, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ซ. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 30 (1) ให้ลงโทษปรับ 100,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้รับชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบของกลาง และยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย และให้คืนเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางแก่จำเลยที่ 1 กับยกคำขอเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่ชำระเป็นค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งมลรัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และเป็นผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์และคู่มือแนะนำสำหรับผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เอ็นเอ็กซ์ 7.5 (NX 7.5) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นโปรแกรมประเภทออกแบบเครื่องขึ้นรูปพลาสติกต่าง ๆ ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ร. ประกอบธุรกิจทำแม่พิมพ์พลาสติก มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2560 ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วม วันที่ 29 มิถุนายน 2560 เวลาประมาณ 10 นาฬิกา ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ร่วมพร้อมเจ้าพนักงานตำรวจเดินทางไปตรวจค้นสำนักงานของจำเลยที่ 1 ตามหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม บันทึกลงในหน่วยความจำ (ฮาร์ดดิสก์) เปิดใช้งานภายในสำนักงานของจำเลยที่ 1 จำนวน 1 เครื่อง เจ้าพนักงานตำรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวไว้เป็นของกลางและแจ้งข้อกล่าวหาจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบคงรับฟังได้เพียงว่า ตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้อง มีการเข้าตรวจค้นสำนักงานของจำเลยที่ 1 และพบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เอ็นเอ็กซ์ 7.5 (NX 7.5) ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของจำเลยที่ 1 และมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวโดยมีข้อมูลงานที่มีการออกแบบประมาณ 800 งาน บันทึกอยู่เท่านั้น แต่ในข้อนี้จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ในทำนองว่า สำนักงานของจำเลยที่ 1 ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ร. มีเนื้อที่ 19 ไร่เศษ มีอาคารที่ทำการ 1 อาคาร และโรงอาหารอีก 1 อาคาร อาคารที่ทำการมี 2 ชั้นครึ่ง ขณะเบิกความจำเลยที่ 1 มีพนักงาน 331 คน ภายในโรงงานมีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดกว่า 60 เครื่อง นายพีระพจน์ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ในขณะนั้นเป็นผู้ไปติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 1 เองโดยพลการ โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้รู้เห็นด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาแผนที่ตั้งแสดงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมประกอบคำเบิกความของนายธีระพงษ์ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ร่วม และนายกฤษฎาผู้ตรวจสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วได้ความว่า ห้องที่ตรวจสอบพบโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมนั้น คือ ห้องของฝ่ายออกแบบ ภายในมีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 3 เครื่อง โดยเครื่องที่ 1 อยู่บริเวณประตูทางเข้า และเมื่อเดินเข้าไปภายในจะพบคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 และที่ 3 อยู่ติดกับเครื่องจักรสำหรับผลิตแม่พิมพ์พลาสติก ห้องดังกล่าวมีเครื่องจักรทั้งสิ้น 2 เครื่อง และตามรายงานการตรวจโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ความว่า คอมพิวเตอร์เครื่องที่ 1 ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง