ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565

ฎีกาที่ 3800/2565

หลักกฎหมาย

ตามคำขอเอาประกันกลุ่ม ผู้ตายยื่นคำขอเอาประกันชีวิตกับจำเลย ระบุผู้รับประโยชน์ไว้ 2 ราย คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ ค. และโจทก์โดยระบุความสัมพันธ์ว่า ภรรยาของผู้ตาย ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตท้ายคำขอเอาประกันภัยกลุ่ม ข้อ 12.1 ระบุเรื่องการจ่ายเงินผลประโยชน์ว่า "กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์ใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันภัยนี้ตามคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้หรือของผู้ถือกรมธรรม์ โดยจ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยนี้" ดังนั้น แม้สหกรณ์ออมทรัพย์ ค. จะเป็นผู้ถือกรมธรรม์ตามคำขอเอาประกันภัยกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากการเอาประกันชีวิตรายนี้เป็นการประกันภัยกลุ่มสำหรับสมาชิกสหกรณ์ผู้เอาประกันภัย แต่ในการจ่ายเงินผลประโยชน์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต ข้อ 12.1 โดยจำเลยจะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ทั้งสองรายตามที่ระบุไว้ตามคำขอเอาประกันภัยกลุ่ม ส่วนจำนวนเงินผลประโยชน์ที่จ่ายให้นั้น ผู้รับประโยชน์ทั้งสองรายจะจัดสรรกันอย่างไรเป็นเรื่องระหว่างผู้รับประโยชน์ทั้งสองราย ทั้งในการเอาประกันชีวิตผู้ตายต้องทำคำขอเอาประกันกับจำเลย สัญญาประกันชีวิตรายนี้จึงเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้ตายกับจำเลย ไม่ใช่สหกรณ์ออมทรัพย์ ค. เป็นผู้ทำสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายมีฐานะเป็นทายาทของผู้ตายซึ่งเป็นคู่สัญญาและเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตย่อมมีสิทธิได้รับเงินผลประโยชน์จากจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 การที่โจทก์ลงลายมือชื่อในใบมอบฉันทะท้ายบันทึกถ้อยคำของผู้รับประโยชน์ เป็นการมอบอำนาจให้โรงพยาบาล แพทย์ หรือผู้อื่นใด ซึ่งได้กระทำการตรวจรักษาผู้ตาย มีอำนาจแจ้งต่อจำเลยหรือผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ ถึงการเจ็บป่วย การได้รับบาดเจ็บ ประวัติทางการแพทย์ การปรึกษา ใบสั่งยาหรือการรักษา และสำเนาบันทึกของโรงพยาบาลหรือการแพทย์ของผู้ตายเท่านั้น มิใช่เป็นการมอบอำนาจให้สหกรณ์ออมทรัพย์ ค. เป็นตัวแทนของโจทก์ในการรับคำบอกล้างโมฆียะกรรมจากจำเลยแต่อย่างใด เมื่อจำเลยเพียงแต่มีหนังสือบอกล้างโมฆียะกรรมไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ ค. ผู้รับประโยชน์เพียงรายเดียว โดยมิได้บอกล้างโมฆียะกรรมไปยังโจทก์ผู้รับประโยชน์อีกรายหนึ่งด้วย จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง สัญญาประกันชีวิตระหว่างผู้ตายกับจำเลยในส่วนของโจทก์จึงไม่ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง โจทก์ย่อมมีสิทธิบังคับให้จำเลยใช้เงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีผู้บริโภค พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ถึงแก่ความตาย นายขวัญกล้าทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 นายสุกรียื่นคำขอเอาประกันชีวิตกับจำเลย ระบุให้สหกรณ์ออมทรัพย์ ค. และโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ จำเลยตกลงรับประกันชีวิตนายสุกรีในวงเงิน 1,600,000 บาท มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2555 นายสุกรีนำกรมธรรม์ประกันชีวิตดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการกู้ยืมเงิน 1,600,000 บาท จากสหกรณ์ออมทรัพย์ ค. ต่อมาวันที่ 17 ธันวาคม 2554 นายสุกรีถึงแก่ความตายจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนต้นไม้ริมถนน โจทก์แจ้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ค. เพื่อติดต่อขอรับเงินประกันชีวิตจากจำเลย แต่จำเลยปฏิเสธโดยอ้างว่าผู้ตายไม่เปิดเผยข้อความจริงเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและการตรวจรักษาไว้ในคำขอเอาประกันชีวิต และมีหนังสือบอกล้างสัญญาประกันชีวิตไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ ค. ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์และผู้ถือกรมธรรม์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการแรกมีว่า นายสุกรี ผู้ตาย ปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพในขณะทำสัญญาประกันชีวิตอันเป็นเหตุให้สัญญาประกันชีวิตระหว่างผู้ตายกับจำเลยเป็นโมฆียะกรรมหรือไม่ เห็นว่า ตามคำขอเอาประกันภัยกลุ่ม ข้อ 6 มีข้อความว่า โปรดทำเครื่องหมายกากบาทหน้าโรคต่อไปนี้ "...เฉพาะที่ท่านเคยเป็นหรือทราบว่าท่านเป็น..." โดยระบุหัวข้อของโรคชนิดต่าง ๆ ไว้หลายโรค และมีหัวข้อที่เป็นวัณโรค หืดหอบรวมอยู่ด้วย และข้อ 7 มีข้อความว่า "ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ถ้อยคำที่ได้ให้ไว้ในคำขอเอาประกันภัยฉบับนี้เป็นความจริงทุกประการ หากปรากฏว่าไม่เป็นความจริง หรือข้าพเจ้าปกปิดไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้บริษัทฯ ทราบ ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัทฯ ทำการบอกล้างสัญญาที่บริษัทฯ รับประกันภัยของข้าพเจ้าไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 ได้" ผู้ตายกรอกข้อความในคำขอเอาประกันชีวิตดังกล่าว โดยไม่ได้ทำเครื่องหมายกากบาทหน้าโรคชนิดใด การไม่ทำเครื่องหมายดังกล่าวย่อมเป็นการที่ผู้ตายยืนยันต่อจำเลยว่าผู้ตายไม่เคยเป็นหรือทราบว่าเป็นโรคตามที่ระบุไว้นั้น และผู้ตายต้องทราบข้อความในข้อ 7 ของคำขอเอาประกันชีวิตดังกล่าวแล้ว เมื่อปรากฏตามประวัติการรักษาผู้ตายว่า ผู้ตายเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส. ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2547 ด้วยโรคหืดหอบ มีอาการไอบ่อย หายใจเหนื่อยหอบ ไอมีเสมหะ แพทย์ต้องให้ยาแก่ผู้ตายในการรักษาพยาบาล ซึ่งมีทั้งยาที่ต้องรับประทานและยาที่ต้องพ่น ผู้ตายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวหลายครั้งตลอดมาจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2554 จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ตายควรแจ้งให้จำเลยทราบ ผู้ตายยื่นคำขอเอาประกันภัยกลุ่มต่อจำเลยเพื่อให้จำเลยรับประกันชีวิตผู้ตายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 อันเป็นช่วงเวลาที่ผู้ตายเข้ารับการรักษาโรคหืดหอบอยู่ที่โรงพยาบาล ส. โดยไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องโรคหืดหอบให้จำเลยทราบ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อสาระสำคัญที่จำเลยผู้รับประกันภัยจะต้องใช้ประกอบการพิจารณาว่าสมควรจะให้เรียกเบี้ยประกันสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญาหรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นตามที่โจทก์อ้างว่า จำเลยไม่มีพนักงานให้คำแนะนำแก่ผู้ตายก็ตาม แต่ขณะยื่นคำขอเอาประกันชีวิตผู้ตายรับราชการในตำแหน่งครูชำนาญการ ผู้ตายย่อมสามารถอ่านและเข้าใจคำขอเอาประกันชีวิตดังกล่าวได้ว่าตนจะต้องกรอกข้อความหรือทำเครื่องหมายใดบ้างในเอกสารดังกล่าวจึงจะถูกต้องสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้อธิบายหรือแนะนำ การที่ผู้ตายปกปิดมิได้แจ้งข้อความจริงในเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับโรคหืดหอบของตน จึงทำให้สัญญาประกันชีวิตระหว่างผู้ตายกับจำเลยเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 วรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ตายจะถึงแก่ความตายด้วยโรคที่ปกปิดไว้หรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ในส่วนนี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการต่อไปมีว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมโดยชอบแล้วหรือไม่ ในข้อนี้ตามทางพิจารณาได้ความว่า ภายหลังจากจำเลยได้รับแจ้งว่าผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยได้ทำการตรวจสอบประวัติการเจ็บป่วยและการรักษาของผู้ตาย ปรากฏว่าผู้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง